Symptoms & Disease

ต่อมไร้ท่อและโภชนาการ

เลือกดูโรคอื่นๆ

กระดูกพรุน (Osteoporosis)

กระดูกพรุน(Osteoporosis)

                     โรคกระดูกพรุน คือ ภาวะที่มีปริมาณแร่ธาตุ (ที่สำคัญคือแคลเซียม)ในกระดูกลดลง ร่วมกับความเสื่อมของเนื้อเยื่อที่ประกอบเป็นโครงสร้างภายในกระดูก ทำให้เนื้อหรือมวลกระดูกลดความหนาแน่น จึงเปราะและ แตกหักง่าย บริเวณที่พบการหักของกระดูกได้บ่อย ได้แก่ข้อมือ สะโพก และสันหลัง

                     โรคนี้พบมากในคนสูงอายุ พบในผู้หญิงมากกว่า ผู้ชายประมาณ 2 เท่าและผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรค กระดูกพรุน จะมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป


สาเหตุ

                กระดูกประกอบด้วย โปรตีน คอลลาเจน และ แคลเซียมโดยมีแคลเซียมฟอสเฟตเป็นตัวทำให้กระดูกแข็งแรงทนต่อแรงดึงรั้ง

                กระดูกมีการสร้างและสลายตัวอยู่ตลอดเวลา กล่าว คือ ขณะที่มีการสร้างกระดูกใหม่โดยใช้แคลเซียมจาก อาหารที่กินเข้าไป ก็มีการสลายแคลเซียมในเนื้อกระดูก เก่าออกมาในเลือดและถูกขับออกมาทางปัสสาวะและ อุจจาระปกติ ในเด็กจะมีการสร้างกระดูกมากกว่าการสลาย ทำให้กระดูกมีการเจริญเติบโต มวลกระดูกจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนมีความหนาแน่นสูงสุด เมื่ออายุประมาณ 30-35 ปี หลังจากนั้นจะเริ่มมีการสลายกระดูกมากกว่าการสร้าง ทำให้กระดูกคอย ๆ บางตัวลงตามอายุที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในผู้หญิงช่วงหลังวันหมดประจำเดือน ซึ่งมีการลดลงของฮอร์โมนเอสโทรเจนอย่าง รวดเร็ว ฮอร์โมนชนิดนี้ช่วยการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกายและชะลอการสลายของแคลเซียมในเนื้อกระดูก เมื่อพร่องฮอร์โมนชนิดนี้ก็จะทำให้กระดูกบางตัวลงอย่าง รวดเร็วจนเกิดภาวะกระดูกพรุน
               
                ดังนั้น โรคกระดูกพรุนส่วนใหญ่จึงเกิดจากภาวะ หมดประจำเดือนในผู้หญิง(ซึ่งจะเริ่มมีอัตราเร่งของการสลายตัวของกระดูกในช่วง10-20 ปี หลังหมดประจำเดือน) และความเสื่อมตามอายุที่มีการสะสมอย่างค่อย เป็นค่อยไปและยาวนานของการ เสียดุลระหว่างการสร้าง และการสลายของกระดูก (พบได้ทั้งชายและหญิงที่มี อายุมากกว่า 75 ปี)

                นอกจากนี้ยังอาจพบร่วมกับภาวะอื่น ๆ เรียกว่า กระดูกพรุนชนิดทุติยภูมิ (secondary osteoporosis) เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน โรคคุชชิง ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานเกิน เบาหวาน โรคปวดข้อรูมาตอยด์ โรคตับเรื้อรัง น้ำหนักน้อย (ผอม) ภาวะขาดสารอาหารและแคลอรี ภาวะขาดแคลเซียม มะเร็ง (เต้านม เม็ดเลือดขาว ต่อมน้ำเหลือง) การใช้ยาสตีรอยด์ ยาขับปัสสาวะ (เช่น ฟูโรซีไมด์) หรือ เฮพารินนาน ๆ หรือใช้ฮอร์โมนไทรอยด์มากเกิน การไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกายนาน ๆ (เช่น ผู้ป่วยที่นอนแบ็บอยู่บนที่นอนตลอดเวลา) การสูบบุหรี่ (ทำให้เอสโทรเจนในเลือดลดลง) การเสพติดแอลกอฮอล์ เป็นต้น

                บางครั้งอาจพบในคนอายุไม่มากโดยไม่ทราบสาเหตุ ชัดเจนก็ได้ 
 
                นอกจากนี้  ยังพบว่าโรคนี้มีความสัมพันธ์กับกรรมพันธุ์อีกด้วย
 
อาการ

                ส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการแสดง จนกระทั่งเกิด ภาวะกระดูกหัก ก็จะเกิดอาการเจ็บปวด หรือความผิด ปกติของโครงสร้างกระดูก เช่น ปวดข้อมือ สะโพก หรือหลัง (เนื่องจากกระดูกข้อมือ สะโพก หรือสันหลัง แตกหัก) ส่วนสูงลดลงจากเดิม (เนื่องจากการหักและยุบตัวของกระดูกสันหลัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว) เป็นต้น

                ถ้าเป็นโรคกระดูกพรุนชนิดทุติยภูมิก็อาจมีอาการแสดงของโรคที่เป็นสาเหตุ
ข้อแนะนำ

                1. ผู้ป่วยควรติดตามรักษากับแพทย์และกินยาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น และป้องกันกระดูกหักได้

                2. ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุน จะต้องระมัดระวังอย่าให้หกล้มหรือเกิดอุบัติเหตุ ทำให้กระดูกหัก เช่น แก้ไข ภาวะความดันตกในท่ายืน หรือสายตามัว (เช่น ต้อกระจก) หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทำให้ง่วงนอน หรือกล้าม เนื้ออ่อนแรง (เช่น ยากล่อมประสาท) และควรจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย (เช่น บันไดที่ขึ้นลงแสงสว่าง ห้องน้ำ พื้นต่างระดับ ราวเกาะยึด เป็นต้น)

                3.ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ หญิงวัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) ผู้ที่ใช้ยาสตีรอยด์นาน ๆ ผู้ที่มีโรคที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจกรองโรคกระดูกพรุน
การป้องกัน

                1.กินแคลเซียมให้พอเพียงทุกวัน อาหารที่มีแคลเซียมสูง ได้แก่ นม เนยแข็ง ปลาที่กินได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาไส้ตัน) กุ้งแห้ง เต้าหู้แข็ง ถั่วแดง ผักสีเขียว เข้ม (เช่น คะน้า ใบชะพลู) งาดำคั่ว

                แนวทางปฏิบัติ สำหรับเด็กและวัยรุ่นควรดื่ม นมวันละ 2-3 แก้ว ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุดื่มนมวันละ 1-2 แก้วเป็นประจำจะทำให้ได้รับแคลเซียมร้อยละ 50 ของ ปริมาณที่ต้องการส่วนแคลเซียมที่ยังขาดให้กินจาก อาหารแหล่งอื่น ๆ ประกอบ

                ผู้ใหญ่บางคนที่มีข้อจำกัดในการดื่มนม (เช่น มีภาวะไขมันในเลือดสูงอ้วน เป็นเบาหวาน ความดัน โลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด)ให้เลือกกินเนยแข็ง นม เปรี้ยว นมพร่องมันเนยแทน หรือบริโภคอาหารที่มีแคลเซียมสูงในแต่ละมื้อให้มากขึ้น

                2.ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ ออกกำลังที่มีการถ่วงหรือต้านน้ำหนัก (weight bearing) เช่น การเดิน การวิ่ง  เต้นแอโรบิก กระโดดเชือก รำมวยจีน เต้นรำ เป็นต้น ร่วมกับการยกน้ำหนัก จะช่วยให้มี มวลกระดูกมากขึ้น และกระดูกมีความแข็งแรง ทั้งแขนขา  และกระดูกสันหลัง

                3. รับแสงแดด ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดี ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการสร้างกระดูก ในบ้านเราคน ส่วนใหญ่จะได้รับแสงแดดเพียงพออยู่แล้ว นอกจากใน รายที่อยู่แต่ในบ้านตลอดเวลา ก็ควรจะออกไปรับแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าหรือยามเย็น วันละ10-15 นาที สัปดาห์ ละ 3 วัน ถ้าอยู่แต่ในที่ร่ม ไม่ถูกแสงแดด อาจต้องกิน วิตามินดีเสริมวันละ 400-800 มก.

                4.รักษาน้ำหนักตัวอย่าให้ต่ำกว่าเกณฑ์ (ผอมเกินไป) เพราะคนผอมจะมีมวลกระดูกน้อย เสี่ยงต่อกระดูกพรุนได้
                                                                       
                5. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน เช่น
 
  •   ไม่เกินอาหารประเภทโปรตีนหรือเนื้อสัตว์มาก เกินไป เพราะอาหารพวกนี้จะกระตุ้นให้ไตขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมากเกินปกติ
 
  • ไม่กินอาหารเค็มจัดหรืออาหารที่มีโซเดียมสูง เพราะเกลือโซเดียมจะทำให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลงและเพิ่มการขับแคลเซียมทางไตมากขึ้น
 
  • ไม่ดื่มน้ำอัดลมปริมาณมาก เพราะกรดฟอสฟอริกในน้ำอัดลมทำให้เกิดการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมากขึ้น
 
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ ช็อกโกเลต ในปริมาณมาก เพราะแอลกอฮอล์และกาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้จะขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมของลำไส้เล็ก (กาแฟไม่ควรดื่มเกินวันละ 3 แก้ว แอลกอฮอล์ไม่เกินวันละ 2 หน่วยดื่ม ซึ่งเทียบเท่าแอลกอฮอล์สุทธิ 30 มล.)
 
  • งดการสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่กระตุ้นให้เกิดการสลายแคลเซียมออกจากกระดูกมากขึ้น (เนื่องจากลดระดับเอสโทรเจนในเลือด)
 
  • ระวังการใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสตรีรอยด์ ซึ่งจะเร่งการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย
        6. รักษาโรคหรือภาวะที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน เช่น ต่อมไทรอย์ทำงานเกิน โรคคุชชิง
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ต่อมไร้ท่อและโภชนาการ

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient