Symptoms & Disease

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

เลือกดูโรคอื่นๆ

หูด (Warts)

หูด (Warts)
                หูด  เป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้าย (benign) ของผิวหนังเป็นโรคที่พบได้บ่อยมากในเด็กวัยเรียนในผู้ใหญ่ก็เป็น ได้แต่จะพบได้น้อยในคนอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไป

                หูดมีหลายชนิด อาจมีขนาดแตกต่างกันไป ขึ้นกับตำแหน่งที่เป็น อาจขึ้นเดี่ยวๆ หรือหลายอันก็ได้ มักขึ้นที่มือ เท้า ข้อศอก ข้อเข่าใบหน้า ฝ่ามือฝ่าเท้า อาจขึ้นตามผิวหนังส่วนอื่นๆ รวมทั้งที่อวัยวะเพศ

                หูดเป็นโรคที่ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด นอกจาก ทำให้แลดูน่าเกลียดน่ารำคาญ หรืออาจมีอาการปวดได้ เป็นบางครั้ง ส่วนมากจะยุบหายได้เองตามธรรมชาติ (แม้จะไม่ได้รับการรักษา) ภายหลังที่เป็นอยู่หลายเดือน บางรายอาจเป็นอยู่เป็นปี ๆ กว่าจะยุบหาย เมื่อหายแล้ว อาจกลับเป็นใหม่ได้อีก

สาเหตุ

                เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า เอชพีวี (HPVซึ่งย่อมาจาก human papilloma virus) ซึ่งมีประมาณ 70 ชนิด เมื่อเชื้อไวรัสแทรกซึมเข้าไปในเซลล์ผิวหนัง ก็จะเกิดการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหูดงอกออกจากผิวหนังส่วนที่ปกติ

                หูดสามารถติดต่อโดยการสัมผัสถูกคนที่เป็นหูด โดยตรง ระยะฟักตัว 2-18 เดือน
อาการ

                หูดชนิดพบเห็นทั่วไป (common warts) จะมีลักษณะเป็นตุ่มกลมแข็งผิวหยาบ ออกเป็นสีเทา ๆ เหลืองๆ หรือน้ำตาล ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2-10 มม. มักจะขึ้นตรงบริเวณที่ถูกเสียดสีง่าย (เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้าข้อศอก ข้อเข่า ใบหน้า หนังศีรษะ เป็นต้น) และอาจแพร่กระจากไปยังส่วนอื่น ๆ  ของร่างกาย

                หูดที่เป็นที่ฝ่ามือฝ่าเท้า จะมีลักษณะเป็นไตแข็ง ๆ หยาบ ๆ แต่จะแบนราบเท่าระดับผิวหนังทีปกติ เพราะมีแรงกดขณะเดินหรือใช้งาน  ลักษณะคล้ายๆ ตาปลา แต่จะแยกกันได้ตรงที่หูดถ้าใช้มีดฝานอาจมีเลือดไหลซิบๆ และอาจมีอาการเจ็บปวดได้

                หูดที่เป็นติ่ง (filiform warts) จะมีลักษณะเป็น ติ่งเนื้อเล็ก ๆ ขึ้นที่หนังตา ใบหน้า ลำคอ หรือริมฝีปาก
ข้อแนะนำ

                1.ควรหาทางป้องกัน โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่เป็นหูด

                2. เมื่อเป็นหูดพยายามอย่าเกาบริเวณที่เป็น อาจลุกลามหรือแพร่กระจายไปตามส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้

                3.ถ้าขึ้นเป็นตุ่มกลม ผิวเรียบเป็นมัน ตรงกลามีรอยบุ๋ม มักจะเป็นโรคอีกชนิดหนึ่ง เรียกว่า หูดข้าวสุก (molluscum contagiosum) ซึ่งเกิดจากไวรัสต่างชนิดกับโรคหูด (wart)
การรักษา
                1.หูดที่ฝ่าเท้าใช้ปลาสเตอร์ที่มีกรดซาลิไซลิกชนิด 40 % ปิดโดยฝานหูดจนมีเลือดซิบ แล้วใช้ปลาสเตอร์ดังกล่าวปิด พอครบ 1 สัปดาห์ ก็ทำการฝานหูดซ้ำอีกครั้ง แล้วปิดปลาสเตอร์ต่อไปทำเช่นนี้ทุกสัปดาห์จนกว่าจะหาย หรืออาจใช้ยากัดตาปลาหรือหูด ซึ่งมีกรดซาลิไซลิกผสม มีชื่อทางการค้า เช่น คอนคอน (Con Con) ดูโอฟิล์ม (Duofilm) เวอร์รูมาล (Verrumal) เป็นต้น ทาที่ตัวหูดทุกวัน ยาจะค่อยๆ กัดเนื้อหูดให้หลุดออก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

                2. หูดที่เป็นติ่ง ให้พ่นด้วยยาชา  แล้วใช้กรรไกร ตัด

                3. หูดที่เป็นตุ่มหรือไตขนาดใหญ่ ควรแนะนำไปรักษาที่โรงพยาบาล อาจต้องฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วทำ การผ่าตัดและขูดออก (อาจใช้ไฟฟ้าจี้ร่วมด้วยหรือม่ก็ได้) ซึ่งอาจใช้เวลา 4 สัปดาห์กว่าแผลจะหายดี หรือไม่ก็อาจรักษาโดยใช้กรดซาลิไซลิกชนิด 10% และกรด แล็กติกชนิด 10% ในคอลลอยเดียนเบสทา หรือทาด้วย กรดไตรคลอโรอะซิติก (trichloroacetic acid) ชนิด 30-50%

                ในโรงพยาบาลบางแห่งอาจใช้ในโตรเจนเหลว (liquid nitrogen) หรือคาร์บอนไดออกไซด์แข็ง (solid CO2) ในการรักษาหูดโดยจี้ทุกๆ 2 สัปดาห์ เป็นเวลา 3 เดือน หรือใช้แสงเลเซอร์หรือเครื่องจี้ไฟฟ้าในการรักษา

                ในรายที่ดื้อต่อการรักษาด้วยวิธีดังกล่าว แพทย์ อาจให้การรักษาโดยให้ผู้ป่วยกินไซเมทิดีน ในขนาดสูง (30-40 มก./กก./วัน) ซึ่งมีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกัน โดยให้นาน 6-8 สัปดาห์ จะช่วยให้หูดยุบหายหมดได้ประมาณร้อยละ 60-70 หรือในรายที่เป็นหูดบริเวณ อวัยวะเพศ แพทย์จะใช้ครีมอิมิวิมด (imiquimod) ชนิด 5% ซึ่งเป็นยาต้านไวรัส ทาวันละครั้งครั้งก่อนนอน วันเว้นวัน จนกระทั้งหาย (ใช้เวลาประมาณ 16 สัปดาห์) จะช่วยให้หูดยุบหายหมดได้ประมาณร้อยละ 50-60

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient