Symptoms & Disease

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

เลือกดูโรคอื่นๆ

กลาก (ring Worm/Tinea)


กลาก (ring Worm/Tinea)

                 กลาก (ขี้กลาก) เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยมากในคนทุกวัย

                บางครั้งอาจพบเป็นพร้อมกันหลายคนในบ้าน ในโรงเรียน หรือวัด

                เชื้อราพวกนี้สามารถทำให้เกิดโรคตามผิวหนังได้ แทบทุกส่วนของร่างกาย

                ถ้าพบที่ใบหน้า คอ ลำตัว แขนขา เรียกว่า กลาก ตามลำตัว (tinea corporis) เป็นชนิดที่พบได้บ่อยกว่าชนิดอื่น ๆ

                ถ้าพบที่ศีรษะ เรียกว่า กลากที่ศีรษะ (tineacapitis) ซึ่งพบมากในเด็ก แต่พบน้อยในผู้ใหญ่ อาจพบในหมู่พระภิกษุ เณร และแม่ชีที่ใช้มีดโกนร่วมกัน 
  
                ถ้าพบที่ขาหนีบ เรียกว่า สังคัง (tinea cruris) ซึ่งพบมากในคนที่ร่างกายอับชื่นหรือมีเหงื่อออกมา ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิงประมาณ 3 เท่า ผู้ป่วยเอดส์ มักพบโรคกลากชนิดนี้ได้บ่อย

                ถ้าพบที่ง่ามนิ้วเท้า เรียกว่า ฮ่องกงฟุต หรือ น้ำกัด เท้า (athlete”S foot/tinea pedis) พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เพราะใส่ถุงเท้าและรองเท้าที่ทำให้อับชื้นนอกจากนี้ยังพบในคนที่เท้าเปียกน้ำบ่อยๆ (เช่น ย่ำน้ำ) คนที่มีนิ้วเท้าบีบชิดกันตามธรรมชาติ ทำให้ง่ามนิ้วเท้าอับชื้นง่าย

                ถ้าพบที่เล็บ เรียกว่า โรคเชื้อราที่เล็บ (เล็บเป็นเชื้อรา) หรือโรคกลากที่เล็บ (tinea unguium) เกิดจากการลุกลามของกลากจากส่วนอื่น หรือได้รับเชื้อมาจากร้านเสริมสวย ซึ่งใช้เครื่องมือที่ไม่สะอาดทำเล็บ

สาเหตุ

                เกิดจากเชื้อราพวกเดอร์มาโตไฟต์ (dermatophyte) เชื้อนี้มีอยู่หลายชนิด ชอบเจริญอยู่เฉพาะในผิวหนังชั้น นอกสุด รวมทั้งเส้นผมและเล็บ

                โรคนี้สามารถติดต่อได้ง่ายโดยการสัมผัสกับผู้ป่วยโดยตรง หรือใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วย (เช่น เสื้อผ้า ถุงเท้ารองเท้า ผ้าเช็ดตัว หวี) หรือติดมาจากร้านตัดผมร้าน เสริมสวย หรือติดมาจากสัตว์เลี้ยงในบ้าน (เช่น สุนัข แมว)

 
อาการ

                กลากตามลำตัว แรกเริ่มจะเป็นตุ่มแดงๆ แล้วค่อยๆ ลามออกไปจนมีลักษณะเป็นวงมีขอบเขตชัดเจนขอบนูนเล็กน้อยและมีสีแดง มักมีตุ่มน้ำใสเล็กๆ หรือ ขุยขาวๆ อยู่รอบๆ วงวงนี้จะลุกลามขยายออกไปเรื่อย ๆส่วนผิวหนังที่อยู่ตรงกลางๆ วง จะมีลักษณะเป็นผิวหนังที่ปกติ เนื่องจากเป็นส่วนที่เป็นก่อนและเริ่มหายแล้วและขึ้นเป็นวงติดๆ กันหลายวงหรือเป็นวงซ้อนกัน มักมีอาการคันเล็กน้อย เมื่อเกามากๆ อาจทำให้ติดเชื้อ 
แบคทีเรียอักเสบแทรกซ้อนได้

                กลากที่ศีรษะ (เชื้อราที่ศีรษะ) มีอาการผมร่วงเป็นหย่อมๆ ลักษณะเป็นวงๆ สีเทาๆ หนังศีรษะเป็นขุยขาวๆ และมีปลายเส้นผมที่หักคาเป็นปลายสั้นๆ หรือ เห็นเป็นจุดดำๆ มักมีอาการคัน

                ในรายที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จะมีเม็ดหนองเกิดขึ้นรอบๆ ขุมขน และลุกลามเป็นก้อนนูนใหญ่แล้วแตกออก มีน้ำเหลืองเกรอะกรัง เรียกว่า ชันนะตุเมื่อหายแล้วมักจะเป็นแผลเป็น ซึ่งไม่มีผมงอกอีกเลย

                สังคัง (เชื้อราที่ขาหนีบ) แรกเริ่มจะเป็นตุ่มแดงๆ ที่ต้นขาหรือขาหนีบ แล้วลุกลามเป็นวงไปที่ต้นขาด้านใน และอวัยวะเพศภายนอก (อัณฑะหรือปากช่องคลอด) หรืออาจลลามไปที่ก้น เป็นผื่นมีลักษณะสีแดง มีเกล็ดขาวๆ และขอบชัดเจน  บางรายอาจลุกลามรวมกันเป็นวงขนาดใหญ่ ลักษณะพระจันทร์ครึ่งซีก มีอาการคัน และมักเป็นทั้ง 2 ข้าง 

                บางรายอาจเกาจนมีน้ำเหลืองเฟะ หรือผิวหนังหนา

                เมื่อหายแล้วอาจกำเริบได้ใหม่  มักเป็นในช่วงหน้า ร้อนเพราะมีเหงื่ออับชื้น การใส่กางเกงรัดแน่นเกินไปหรือคนที่อ้วนมากๆ มีโอกาสเป็นโรคนี้มากขึ้น

                ฮ่องกงฟุต (เชื้อราที่เท้า) มักเป็นที่ง่ามเท้าที่ 3,4 และ 5 จะขึ้นเป็นขุยขาวๆ และยุ่ย ต่อมาลอกเป็นแผ่น หรือเกล็ด แล้วแตกเป็นร่องและมีกลิ่น

                ถ้าแกะลอกขุยขาว ๆ ที่เปื่อยยุ่ยออกจะเห็นผิวหนังข้างใต้มีลักษณะแดงๆ และมีน้ำเหลืองซึม มักมีอาการคันยิบ ๆ ร่วมด้วย

                บางรายอาจลามไปที่ฝ่าเท้าหรือเล็บเท้า มีอาการ ฝ่าเท้าลอกเป็นขุยขาวๆหรือเป็นตุ่มพองใหญ่และคันมาก

                โรคกลากที่เล็บ ถ้าเป็นที่เล็บเท้ามักเกิดจากโรคฮ่องกงฟุตที่เป็นเรื้อรัง จะเป็นที่นิ้วก้อยมากกว่านิ้วอื่น ๆ เล็บจะด้านไม่เรียบตรง และมีลักษณะขุ่น ต่อมาเล็บจะหนาขึ้น และผุกร่อนทั้งเล็บ

                 ถ้าเป็นที่เล็บมือ มักมีอาการของโรคเชื้อราที่บริเวณ อื่นมาก่อน หรือติดเชื้อจากร้านเสริมสวย (แต่งเล็บด้วย)เครื่องมือไม่สะอาด) เล็บจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง น้ำตาล ขาวขุ่นๆ เป็นหย่อมๆ ทำให้มีลักษณะขรุขระและยุ่ย เล็บจะแยกจากหนังใต้เล็บ ถ้าเป็นมากเล็บจะผุกร่อนทั้ง เล็บ บางรายอาจพบเป็นเกือบทุกเล็บ
 

ข้อแนะน

                1. โรคเชื้อราอาจพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเอดส์ เบาหวาน หรือกินยารักษามะเร็งเป็นประจำ เป็นต้น ถ้าพบผู้ที่เป็นโรคเชื้อราเรื้อรัง ควรค้นหาสาเหตุ และแก้ไข

                2. ห้ามใช้ครีมสตีอรด์ทารักษาโรคเชื้อรา มิฉะนั้นอาจทำให้โรคลุกลามได้

                3. อาการผื่นคันเรื้อรัง บางครั้งอาจแยกไม่ออกระหว่างโรคเชื้อรากับอาการผื่นคันจากการแพ้โดยเฉพาะถ้าเป็นที่ขาหนีบหรือซอกเท้า (ฮ่องกงฟุต) ถ้าผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ก็ลองทาด้วยครีมสตีรอยด์ดู ก่อน หากเกิดจากการแพ้มักจะได้ผล แต่ถ้าทาแล้ว กลับลามมากขึ้น
ก็อาจจะเกิดเชื้อรา ในทางตรงกัน ข้าม ถ้าไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้และผื่นลุกลามออกไปเรื่อยๆ ก็ลองทาด้วยยาฆ่าเชื้อราดูก่อน หากไม่ได้ผลค่อยเปลี่ยนไปรักษาแบบโรคภูมิแพ้

                หากไม่แน่ใจ ควรส่งไปโรงพยาบาลซึ่งจะทำการวินิจฉัยโดยการขูดเอาขุยๆ ของผิวหนังส่วนที่เป็นโรค ใส่น้ำยาโพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ชนิด10% แล้วนำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ ถ้าเป็นกลาก จะตรวจพบเชื้อราที่เป็นสาเหตุ

                4. หากสงสัยโรคเชื้อราที่เล็บ (เล็บผุกร่อน) ลองให้ยารักษาโรคเชื้อราแล้วไม่ได้ผล ควรสงสัยว่าอาจเป็นโรคโซริอาซิล
 
การรักษา

                1. ถ้าเป็นที่ลำตัว แขนขา ขาหนีบ ง่ามเท้า หรือ ฝ่าเท้า ทาด้วยขี้ผึ้งรักษากลากเกลื้อน หรือครีม รักษาโรคเชื้อรา วันละ 2 – 3 ครั้ง ถ้าดีขึ้น ควรทาติดต่อกันทุกวันนาน 3 - 4 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย เพื่อรอให้ผิวหนังที่ปกติงอกขึ้นมาแทนที่

                ในรายที่เป็นๆ หาย ๆ เรื้อรัง หรือแผ่นบริเวณกว้าง อาจต้องรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อราชนิดกิน ได้แก่ กริซีโอฟุลวิน นาน 4 - 6  สัปดาห์ หรือไอทราโคนาโซล นาน 7 – 15 วัน

                สำหรับผู้ป่วยฮ่องกงฟุต ควรล้างเท้าให้สะอาด และเช็ดให้แห้ง อย่าปล่อยให้อับชื้น ควรใส่รองเท้าสานโปร่ง (เปิดเล็บเท้า) แทนการสวมถุงเท้าอย่าง มิดชิด

                2.  ถ้าเป็นเชื้อราที่ศีรษะให้กินยาฆ่าเชื้อรา  เช่น กริซีโอฟุลวิน  นาน 4 – 6 สัปดาห์ หรือไอทราโคชล นาน 4 สัปดาห์ ควรตัดผมให้สั้น สระผมด้วยแซมพูคีโตโคนาซล สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

                3.  ถ้าเป็นที่เล็บมือ  ให้กินกริซีโอฟุลวิน  นาน 4 – 9 เดือน หรือไอทรานาโซล นาน 2 เดือน บางครั้งอาจต้องถอดเล็บและทาครีมรักษาโรคเชื้อรา

                4.  ถ้าเป็นที่เล็บเท้า ให้ไอทราโคนาโซล นาน 3 เดือน บางครั้งอาจต้องถอดเล็บและทาครีมรักษา โรคเชื้อรา

 
การป้องกัน

                1.อย่าคลุกคลีหรือใช้ของ (เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า หวี แปรงผม มีดโกนผม เป็นต้น) ร่วมกับผู้  ที่เป็นโรคนี้

                2.อาบน้ำฟอกสบู่ทุกวันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และเช็ดตัวให้แห้ง ระวังอย่าให้มีเหงื่ออับชื้นอยู่เสมอ

                3.หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าหนา ๆ หรืออบเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่อากาศร้อน หรือมีเหงื่อออกง่าย

                4.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์เลี้ยง (เช่น สุนัข แมว) ที่เป็นขี้กลาก

                5.สำหรับโรคสังคัง  อาจป้องกันได้โดยหลีกเลี่ยง การใช้กางเกงในที่รัดแน่น หรืออบเกินไปถ้าอ้วนควรลด ความอ้วนหลังอาบน้ำควรเช็ดบริเวณนั้นให้แห้ง และใช้แป้งธรรมดาโรย

                6. สำหรับโรคฮ่องกงฟุต อาจป้องกันได้โดยอย่าใส่รองเท้าและถุงเท้าที่เปียกชื้น ควรใส่ถุงเท้าที่ทำจากผ้าฝ้าย หลีกเลี่ยงถุงเท้าที่ทำจากไนลอนหรือใยสังเคราะห์ ซึ่งอบเกินไปหลังอาบน้ำควรเช็ดบริเวณง่ามเท้าให้แห้งถ้าซอกเท้าเปียกน้ำ (เช่น ย่ำน้ำ) หรือมีเหงื่อออกมาก ควรล้างเท้าให้สระอาดแล้วเช็ดให้แห้ง
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient