Symptoms & Disease

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

เลือกดูโรคอื่นๆ

แผลพุพอง (Impetigo/Ecthyma)

แผลพุพอง (Impetigo/Ecthyma)

                     แผลพุพอง เป็นการอักเสบของผิวหนังแบบหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคที่เรียสแตฟีโลค็อกคัสออเรียส หรือสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดได้แก่

                    1.แผลพุพองชนิดตื้น(impetigo) เป็นการติดเชื้อของหนังกำพร้าชั้นนอกสุด (stratum corneum) เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่ขาดการรักษาความสะอาด และไม่สนใจดูแลบาดแผลเล็ก ๆ น้อยๆ เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายและรวดเร็ว ติดต่อโดยการสัมผัส
ถูกผู้ที่เป็นโรคนี้อยู่ก่อน เชื้อจะเข้าสู่ผิวหนังทางรอยถลอก

                    2. แผลพุพองชนิดลึก (ecthyma) เป็นการติด เชื้อลึกถึงชั้นหนังแท้ มักพบในเด็กวัยเรียนหรือผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักรักษาความสะอาดผิวหนังสกปรกไว้เล็บยาว ไม่ใส่ใจดูแลบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ เช่น รอยถลอก ขีดข่วน รอยแผลจากยุง แมลงกัด หรืออาจพบเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคผิวหนังอื่นๆเช่น หิด เหาอีสุกอีใส่  เริม งูสวัด ผื่นแพ้ ผื่นคัน เป็นต้น

 
อาการ

              1. แผลพุพองชนิดตื้น

                แรกเริ่มเป็นผื่นแดงและคัน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสเล็กๆ มีฐานสีแดง(ในรายที่ติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส) ต่อมากลายเป็นตุ่มหนองซึ่งจะแตกง่าย กลาย เป็นสีแดง และมีน้ำเหลืองเหนียวๆ ติดเยิ้ม แล้วกลายเป็นสะเก็ดเหลืองกรังติดอยู่มีลักษณะคล้ายรอยบุหรี่ เมื่อผื่นอันแรกแตก
มักจะมีผื่นบริวารขึ้นตามในบริเวณข้างเคียงหลายๆ อัน และอาจลุกลามไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเกา
                     
                บางรายอาจมีไข้ต่ำหรือต่อมน้ำเหลืองโตร่วม ด้วย มักขึ้นตามใบหน้า ใบหู จมูก ศีรษะ กัน และ บริเวณนอกร่มผ้า (เช่น มือขา หัวเข่า)

                ถ้าเป็นพุพองที่ศีรษะ ชาวบ้านเรียกว่า ชันนะตุ

                2. แผลพุพองชนิดลึก

                แรกเริ่มขึ้นเป็นตุ่มแดง ตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนองเล็กๆ มีฐานสีแดง แล้วโตขึ้นช้าๆ มีขนาด 1-3 ซม.ต่อมามีสะเก็ดหนาปกคลุม ลักษณะเป็นสะเก็ดแข็งสีคล้ำติดแน่น ข้างใต้เป็นน้ำเหลือง ถ้าเป็นนานๆของแผลจะยกนูน เมื่อหายแล้วจะกลายเป็นแผลเป็น มักพบบริเวณขา
 
เนื้อหาอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไข
การรักษา

                1.อาบน้ำฟอกด้วยสบู่วันละ 2 ครั้ง และใช้น้ำด่างทับทิมชะล้างเอาคราบสะเก็ดออกไปสำหรับแผลพุพองที่มีสะเก็ดแข็งควรประคบประคบด้วยน้ำอุ่นจัดๆ และชุ่มๆ เพื่อให้สะเก็ดหนุ่มและหลุดออกเร็ว

                2.ถ้าคันมากให้ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน 

                3.ทาแผลด้วย ขึ้ผึ้งเตตราไซคลีน หรือครีมเจนตาไมซิน หรือเจนเชียนไวโอเลต  หลังอาบน้ำทุกครั้ง

                4.ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินวี  อีริโทรไมซิน หรือโคอะม็อกซิคลาฟ ถ้าดีขึ้นใน 3-5 วัน ควรให้กินยาต่อจนครบ 10 วัน เพื่อป้องกันโรคหน่วยไตอักเสบเฉียบพลันในรายที่เกิดจากเชื้อบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ
                
                สำหรับแผลพุพองชนิดลึก (ที่มีสะเก็ดแข็งสีคล้ำติดแน่น) ควรให้กินยานาน 2-3 สัปดาห์  

                ถ้าไม่ดีขึ้นหรือพบในทารก ควรส่งโรงพยาบาล อาจต้องทำการย้อมเชื้อหรือเพาะเชื้อ และให้ยาปฏิชีวนะตามชนิดของเชื้อที่ตรวจพบ


การการป้องกัน

                อาจป้องกันการเกิดแผลพุพองได้โดยหมั่นรักษาความสะอาดของผิวหนัง ตัดเล็บให้สั้น และให้การดูแลบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ หรือโรคผิวหนัง เช่น หิด เหา เริม งูสวัด อีสุกอีใส  อย่างจริงจัง
 
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient