Symptoms & Disease

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

เลือกดูโรคอื่นๆ

แผลอักเสบ(Infected wound)

แผลอักเสบ (Infected wound)

                     แผลอักเสบ เกิดจากมีบาดแผล (เช่น แผลถลอก มีดบาด ตะปูตำ หนามเกี่ยว สัตว์กัด เป็นต้น) อยู่ก่อนแล้วมีเชื้อแบคทีเรีย (สเตรปโตค็อกคัส หรือสแตฟีโลค็อกคัส) เข้าไปทำให้อักเสบเป็นหนอง
อาการ

                บาดแผลมีลักษณะปวด บวม แดง ร้อน หรือเป็นหนอง บางรายอาจมีไข้หรือต่อมน้ำเหลืองในบริเวณใกล้ เคียงโตร่วมด้วย
ข้อแนะนำ

                1. ควรพักแขนขาส่วนที่มีบาดแผล (เช่น อย่าเดินหรือใช้งานมาก) และยกส่วนนั้นให้สูง เช่น ถ้ามีบาดแผลที่เท้า ควรนอนพักและใช้หมอนรองเท้าสูงกว่าระดับหน้าอก ถ้ามีบาดแผลที่มือ ควรใช้ผ้าคล้องแขนกับลำคอให้บาดแผลอยู่สูงกว่าระดับหัวใจ

                2.ไม่มีอาหารใด ๆ ที่แสลงต่อบาดแผลไม่ว่าจะเป็นไข่ เนื้อ ส้ม (ดังที่ชาวบ้านมักเชื่อกันอย่างผิดๆ) ตรวจกันข้ามควรบำรุงด้วยอาหารพวกโปรตีน  (เช่น  เนื้อ นม ไข่ ถั่วต่าง ๆ) ให้มากๆ จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

                3. ไม่ควรทาแผลด้วยเพนิซิลลิน(ทั้งชนิดขี้ผึ้งหรือยาฉีดที่เรียกว่า โปรเคน) หรือชัลฟา (ทั้งชนิดขี้ผึ้งหรือยาผง) ยานี้ระยะแรก ๆ อาจทำให้แผลห้อง แต่ทาต่อไปจะทำให้เกิดการแพ้ มีอาการบวมคัน และแผล กลับเฟะได้ ถ้าจะใช้ยาทาควรใช้ขี้ผึ้งเตราไซคลีน หรือ ครีมเจนตาไมซินน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม

                4.ผู้ที่เป็นแผลเรื้อรังไม่หายขาด อาจเนื่องจากมีภาวะซีดหรือขาดอาหาร จึงควรบำรุงอาหารดังในข้อ 2

                นอกจากนี้อาจมีสาเหตุจากเบาหวาน  ควรตรวจดูน้ำตาลในปัสสาวะหรือในเลือด ถ้าสงสัยเป็นเบาหวาน ควรส่งโดรงพยาบาล 
  
                5.แผลอักเสบเป็นหนองมักเกิดจากการดูแลบาดแผลสด (เช่น แผลถลอก มีดบาด) ที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น จงควรแนะนำการดูแลบาดแผลสด ดังนี้
  • เมื่อมีบาดแผลสด ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที เพื่อชะล้างเอาสิ่งสกปรกออกไป
  • ทารอบแผลด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น โพวิโดนไอโอดีน ทิงเจอร์ใส่แผลสด (merthiolate) อย่าใช้น้ำยา ฆ่าเชื้อรวมทั้งไฮโดรเจนพอร์ออกไซด์ทาหรือฟอกตรง เนื้อแผล เนื่องจากน้ำยาฆ่าเชื้ออาจทำลายเนื้อเยื่อ ทำให้ แผลหายช้าได้
  • อย่าให้แผลถูกน้ำ หรือใช้น้ำลาย น้ำหมากหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ พอกที่แผล
  • กินอาหารได้ตามปกติ ควรกินอาหารพวกโปรตีน ผักและผลไม้ให้มาก ๆ
  • ถ้าบาดแผลสกปรก ควรให้ยาปฏิชีวนะ
  • แนะนำให้ฉีดยาป้องกันบาดทะยักในรายที่จำเป็น
  • ถ้าแผลกว้าง (ขอบแผลห่างกันจนไม่สามารถใช้ปลาสเตอร์ปิดถึงให้ชิดกันได้) ควรให้แพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำการเย็บแผล
การรักษา

                1. ชะล้างแผลด้วยน้ำเกลือ(ใช้เกลือ1ช้อนโต๊ะใส่ในน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือด)หรือน้ำเกลือนอร์มัล(normal saline)

                ถ้าเป็นหนองเฟะ ควรชะล้างด้วยไฮโดรเจนเพอร์ออกไชด์ แล้วล้างด้วยน้ำเกลือใช้น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อมเข้มข้น (น้ำตาลทราย 1 กก.ผสมในน้ำ 1 ลิตรเคี่ยวบน เตาไฟ)ใส่แผล แล้วปิดด้วยผ้าก๊อชสะอาด ควรทำแผลอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เมื่อเนื้อแผลแดงไม่มีหนองแล้วควรชะแผลด้วยน้ำเกลือเพียงอย่างเดียวไม่ควรใช้น้ำยา ฆ่าเชื้อ รวมทั้งไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ชะตรงเนื้อแผล

                2. ถ้าไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต หรือแผลอักเสบมาก ให้ยาแก้ปวดลดไข้  และยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินวี ไดคล็อกซาซิลลิน นาน 5-7 วัน 

                3. ถ้าไข้ไม่ลดใน3วันซีดเหลือง หรือสงสัยเป็นโลหิตเป็นพิษ หรือบาดแผลมีลักษณะอักเสบรุนแรงใน ผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่ก่อน ควรส่งโรงพยาบาล มักจะต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient