Symptoms & Disease

ทางเดินหายใจ

เลือกดูโรคอื่นๆ

คอหอยหักเสบ (Pharyngitis) ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)

คอหอยหักเสบ (Pharyngitis) ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis)
การอักเสบของคอหอยและทอนซิล  มักทำให้เกิดอาการเจ็บคอเป็นสำคัญ และเกิดจากสาเหตุได้หลากหลาย  ซึ่งมีทั้งกลุ่มโรคติดเชื้อและกลุ่มไม่ติดเชื้อ 

                ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการอักเสบจากโรคติดเชื้อ  ซึ่งเกิดจากไวรัสและแบคทีเรียเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทอนซิลอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียทีมีชื่อว่า  บีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ (group A betahemolytic Streptococcus) ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้
 
สาเหตุ
                                               
ส่วนใหญ่เกิดจากไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด  ไข้หวัดใหญ่  รวมทั้งไวรัสอื่น ๆ อีกหลายชนิด บางส่วนเกิดจากเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีอยู่หลายชนิด  เชื้อมีอยู่ในน้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย  ติดต่อโดยการหายใจสูดเอาฝอยละออง เสมหะที่ผู้ป่วยไอหรือจามรด  หรือโดยการสัมผัสมือผู้ป่วย สิ่งของ หรือสิ่งแวดล้อมที่แปดเปื้อนเชื้อแบบเดียวกับไข้หวัด 
               เชื้อแบคทีเรียที่สำคัญ คือ บีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ ก่อให้เกิดทอนซิลอักเสบชนิดเป็นหนอง (exudative  tonsillitis) ซึ่งพบได้บ่อยในเด็กอายุ 5 - 15 ปี และอาจพบในผู้ใหญ่เป็นครั้งคราว  แต่จะพบได้น้อยในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี โรคนี้อาจติดต่อในกลุ่มคนที่อยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน เช่น  ตามโรงเรียนหอพัก  เป็นต้น
 
                ระยะฟักตัว  2 – 7  วัน

 
อาการ
                กลุ่มที่มีสาเหตุจากไวรัส  จะมีอาการเจ็บคอเล็กน้อยถึงปานกลาง  แต่ไม่เจ็บตอนกลืน  อาจมีอาการเป็นหวัด  น้ำมูกใส ไอ เสียงแหบ
มีไข้  ปวดศีรษะเล็กน้อย  ตาแดง  บางรายอาจมีอาการท้องเดินหรือถ่ายเหลวร่วมด้วย
                ผู้ป่วยที่เป็นทอนซิลอักเสบจากบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ  จะมีอาการไข้สูงเกิดขึ้นฉับพลัน  หนาวสั่น ปวดศีรษะ
ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เจ็บคอมากจนกลืนน้ำและอาหารลำบาก  อาจมีอาการปวดร้าวไปที่หู บางรายอาจมีอาการปวดท้องหรือ อาเจียนร่วมด้วย  มักจะไม่มีอาการน้ำมูกไหล  ไอ หรือ  ตาแดงแบบการอักเสบจากไวรัส
 
ข้อแนะนำ

1. อาการเจ็บคอ  คอหอยอักเสบ  ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัส  และโรคไม่ติดเชื้อ  (เช่น โรคภูมิแพ้  การระคายเคือง  โรคน้ำกรดไหลย้อน  เป็นต้น) ซึ่งไม่จำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะ  ดังนั้น  ถ้าพบคนที่มีอาการเจ็บคอ  ควรชักถามอาการอย่างละเอียด  และตรวจดูคอหอยทุกรายเพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจน  จะใช้ยาปฏิชีวนะต่อเมื่อมั่นใจว่าเป็นทอนซิลอักเสบจากบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอเท่านั้น หากไม่มั่นใจก็ควรส่งตรวจพิเศษ (เช่น  การตรวจหาเชื้อด้วยวิธี  rapid  strep  test  การเพาะเชื้อ)
2. สำหรรับทอนซิลอักเสบจากบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ  ควรเน้นให้กินยาปฏิชีวนะจนครบตาม  ระยะที่กำหนด (เช่น  เพนิซิลลินวี หรืออะม็อกซีซิลลิน 10 วัน) ถึงแม้หลังให้ยาไป 2-3 วันแล้วอาการเริ่มทุเลาแล้วก็ตาม  หากให้ไม่ครบนอกจากทำให้โรคกำเริบได้บ่อยแล้วยังอาจเกิดโรคแทรกซ้อน  ได้แก่ ไข้รูมาติก และหน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน  ซึ่งแม้จะพบได้น้อย  แต่ก็เป็นภาวะที่มีอันตรายร้ายแรง
                ผู้ป่วยควรแยกตัว  อย่าอยู่ใกล้ชิดผู้อื่น  จนกว่าจะให้ยาปฏิชีวนะไปแล้วอย่างน้อย 24 ชั่วโมง  จึงจะไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น 
                ในปัจจุบันการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างถูกต้องมัก ได้ผลดี  โอกาสที่จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทอนซิลจึง ลดน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก
3. ถ้าให้ยาปฏิชีวนะรักษาทอนซิลอักเสบdแล้วไม่ดีขึ้น  อาจเกิดจากสาเหตุอื่น  รวมทั้งเมลิออยโดซิส ซึ่งพบบ่อยในคนอีสานที่มีประวัติเป็นโรค
เบาหวาน
 
การรักษา

1.  แนะนำให้ผู้ป่วยพักผ่อน  ดื่มน้ำมาก ๆ  และใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเวลามีไข้สูง  ควรให้ผู้ป่วยกินอาหารอ่อน  เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก  น้ำชุบ  นม  น้ำหวาน  ควรกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ (ผสมเกลือป่นประมาณ 1 ช้อนชา หรือ 5 มล. ในน้ำอุ่น1 แก้ว) วันละ  2- 3 ครั้ง  ถ้าเจ็บคอมากให้ดื่มน้ำเย็นหรือเครื่องดื่ม
เย็น ๆ  หรือออมก้อนน้ำแข็ง
2. ในรายที่เกิดจากไวรัส (ซึ่งจะมีอาการคอหอยและทอนซิลแดงไม่มาก  และมักมีอาหารน้ำมูกใส ไอ  ตา แดง  เสียงแหบ  หรือท้องเดินร่วมด้วย) 
ให้การรักษาตามอาการ  เช่น  ให้ยาลดไข้พาราเซตามอล  ยาแก้ไอ โดยไม่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ  ก็มักจะหายได้เองภาย ใน 1 - 2  สัปดาห์
3. ในรายที่มั่นใจว่าเกิดจากบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ (ซึ่งจะมีอาการไข้สูงร่วมกับทอนซิล  บวมแดงจัด  และมีแผ่นหรือจุดหนอง  มีต่อม
น้ำเหลืองที่บริเวณใต้ขากรรไกรหรือข้างคอด้านหน้า และไม่มี อาการน้ำมูกไหล  ไอ  ตาแดง)  นอกจากให้การรักษาตาม  อาการแล้ว  ควรให้ยาปฏิชีวนะ  ได้แก่  เพนิซิลลินวี  หรืออะม็อกซีชิลลิน  ถ้าแพ้ยานี้ให้ใช้อีริโทรไมซิน  แทนให้ยาสัก 3 วันดูก่อน  ถ้าดีขึ้นควรให้ต่อจนครบ 10 วัน 
เพื่อป้องกันมิให้เกิดไข้รูมาติก  หรือหน่วย  ไตอักเสบแทรกซ้อน
             ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 3 วัน  กินยาไม่ได้  หรือ สงสัยมีโรคแทรกซ้อนรุนแรง หรือเป็น ๆ หาย ๆ  บ่อย ๆ  ให้แนะนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาล อาจต้องตรวจเลือด เพาะเชื้อ  เอกซเรย์  เป็นต้น  แล้วให้การรักษาตามสาเหตุหรือ ภาวะที่พบ  เช่น
 
  • ถ้าผู้ป่วยมีอาการอาเจียน  กินยาไม่ได้  หรือไม่มั่นใจว่าจะกินยาได้ครบ 10 วัน  และไม่มีประวัติการแพ้ยาเพนิซิลลิน แพทย์อาจฉีดเบนซาทีนเพนิซิลลิน (henzathine  penicillin) ขนาด  600,000 ยูนิต  สำหรับ  ผู้ที่มีน้ำหนัก  น้อยกว่า 27 กก. หรือ 1,200,000  ยูนิต  สำหรับ  ผู้ที่มีน้ำหนัก มากกว่า  27 กก. โดยฉีดเข้ากล้ามเพียงครั้งเดียว ในรายที่กินยาได้  อาจให้ยาปฏิชีวนะชนิดกิน  เพียง  5 วัน เช่น โคอะม็อกซิคลาฟ อะซิโทรไมซิน (azithromycin) คลาริโทรไมซิ (clarithromycin) เป็นต้น
  • ถ้าพบว่าเชื้อดื้อยาเพนิซิลลิน  อาจเปลี่ยนไปให้ยากลุ่มอื่น เช่น โคอะม็อกซิคลาฟ  เซฟาตรอกซิล (cefadroxil) เป็นต้น
  • ถ้าเป็นฝีทอนซิล  อาจต้องผ่าหรือเจาะเอาหนองออก
  • นรายที่เป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง (ปีละมากกว่า 4 ครั้ง) จนเสียงานหรือหยุดเรียนบ่อย  มีอาการอักเสบของหูชั้นกลางบ่อย หรือก้อนทอนซิลโตจนอุดกั้นทางเดินหายใจ  อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดทอนซิล (tonsillectomy) 
4.ในรายที่ไม่มั่นใจว่าเกิดจากบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ  เช่น  มีเพียงแผ่นหรือจุดหนองบนทอนซิล (ซึ่งอาจเกิดจากไวรัสบางชนิดก็ได้)   โดยอาการ อื่น ๆ  ไม่ชัดเจน  อาจต้องส่งตรวจพิเศษเพิ่มเติมในปัจจุบันมีการตรวจเชื้อบีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัส  กลุ่มเอจากบริเวณคอหอยและทอนซิล  ซึ่งสามารถทราบผลภายในไม่กี่นาที  เรียกว่า “rapidstreptest” ถ้าให้บวกก็ให้ยาปฏิชีวนะรักษา แต่ถ้าให้ผลลบอาจต้องทำการเพาะเชื้อ ซึ่งจะทราบผลภายใน 1 - 2 วัน

การป้องกัน

                เมื่อมีคนใกล้ชิดป่วยเป็นคอหอยหรือทอนซิลอักเสบควรปฏิบัติเช่นเดียวกับไข้หวัด  เช่นผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการไอหรือจามรดผู้อื่น  คนที่ยังไม่ป่วยอย่าอยู่ใกล้กับผู้ป่วย อย่าใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วย และหมั่นล้างมือด้วยน้ำกับสบู่  เป็นต้น
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินหายใจ

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient