Symptoms & Disease

โรคอวัยวะสืบพันธ์ชาย

เลือกดูโรคอื่นๆ

หนองใน (Gonorrhea)

หนองใน (Gonorrhea)

                 หนองใน (โกโนเรีย ก็เรียก) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์(กามโรค)ที่พบได้มากเป็นอันดับแรกๆของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
 

สาเหตุ

                เกิดจากการติดเชื้อหนองใน (GC) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีชื่อว่าโกโนค็อกคัส (gonococcus / Neisseria gonorrheae) ติดต่อโดยทางเพศสัมพันธ์

                ระยะฟักตัว 2 - 10 วัน(โดยทั่วไปภายใน5วัน)
 

 

 
อาการ

                 ในผู้ชาย หลังจากได้รับเชื้อ(หลังเที่ยวหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ)ประมาณ 2 –10 วัน จะมีอาการแสบในลำกล้องเวลาถ่ายปัสสาวะหรือถ่ายปัสสาวะขัด และมีหนองไหลออกมาจากท่อปัสสาวะในระยะแรกอาจไหลซึมเป็นมูกใสๆ เล็กน้อย ภายใน12 ชั่วโมงต่อมาจะกลายเป็นหนอง
(สีเหลือง) ข้น และออกมากคล้ายเส้น ก๋วยเตี๋ยว

                ประมาณร้อยละ10 ของผู้ชายที่ติดเชื้อหนองใน อาจไม่มีอาการแสดงอะไรเลยก็ได้ แต่สามารถแพร่เชื้อให้ ผู้อื่นได้

                ในผู้หญิง ระยะแรกมักไม่มีอาการ  ต่อมาจะมีอาการตกขาวเป็นหนองสีเหลือง มีกลิ่นเหม็นไม่คัน มีอาการขัดเบาและแสบร้อนเวลาปัสสาวะ ปัสสาวะขุ่น ถ้ามีการอักเสบของปีกมดลูก จะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดและกดเจ็บตรงท้องน้อยแบบปีกมดลูกอักเสบ 

                ผู้หญิงที่ติดเชื้อหนองในประมาณครึ่งหนึ่ง อาจไม่มีอาการแสดงอะไรเลยก็ได้ แต่สามารถแพร่เชื้อให้ ผู้อื่นได้

                ทั้งสองเพศ นอกจากอาการดังกล่าวแล้ว อาจมี ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ (ไข่ดัน) บวมและเจ็บด้วย
 
 
 
ข้อแนะนำ

                1.ในบ้านเราพบเชื้อหนองในที่ดื้อต่อกลุ่มยาเพนิ-ซิลลิน  เรียกว่าเชื้อ PPNG ซึ่งย่อมาจาก penicillinase producing Neisseria  gonorrheae ชาวบ้านเรียกว่า ซูเปอร์โกโนเรีย ซึ่งจะรักษาด้วยยาฉีดโปรเคนเพนิซิลลิน ที่เคยใช้ในสมัยก่อนไม่ค่อยได้ผล ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาชนิด
อื่นแทน

                นอกจากนี้ยังพบว่าเชื้อหนองในในดื้อต่อกลุ่มยาฟลูออโรคลิโนโลน อีกด้วย

               2. ระหว่างรักษา  ห้ามหลับนอนกับภรรยา เป็นเวลา 2 - 4 สัปดาห์ และงดดื่มเหล้า 1 เดือน เพราะเหล้าอาจทำให้หนองไหลมากขึ้น

               3. ควรแนะนำให้ผู้สัมผัสโรค เช่น หญิงที่มีสามีเป็นหนองใน หรือผู้ที่หลับนอนกับคนที่เป็นหนองในไปตรวจรักษาโรคนี้พร้อมๆ กันไปด้วย เพื่อป้องกันมิให้เกิดการแพร่เชื้อแก่กันอีก

               4. ผู้ที่เป็นหนองใน ควรเจาะเลือดตรวจวีดีอาร์แอล (venereal disease research laboratory/VDRL) เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อซิฟิสิสร่วมด้วย ถ้าพบวีดีอาร์แอลเป็นผลบวกหรือเรียกว่า เลือดบวกก็แสดงว่าเป็นซิฟิลิส ควรตรวจครั้งแรกเมื่อก่อนให้การรักษาและอีก 3 เดือนต่อมาตรวจซ้ำอีกครั้ง

                นอกจากนี้ ควรตรวจหาเชื้อเอชไอวีพร้อมกันไปด้วย

                5.หญิงตั้งครรภ์ถ้าเป็นหนองใน ควรรีบรักษาให้ หายาด มิฉะนั้น ลูกอาจติดเชื้อระหว่างคลอด ทำให้ตาอักเสบรุนแรงและอาจทำให้ตาบอดได้ 

                6. หนองในติดต่อโดยการร่วมเพศเป็นสำคัญ ถ้ามีการร่วมเพศทางปากหรือทวารหนัก ก็อาจทำให้เป็นหนองในลำคอหรือทวารหนักได้

                 ส่วนการติดต่อโดยทางอื่นพบได้น้อยมากที่อาจพบได้ คือ การใช้ผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนถูกหนองในสดๆเช็ดตา เชื้ออาจเข้าตาทำให้ตาอักเสบรุนแรงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงจากการใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกับผู้ที่เป็นโรค

                 เชื้อหนองในไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในสระว่ายน้ำ หรือโถส้วม ดังนั้นจึงไม่มีโอกาสที่ติดเชื้อจากสระว่ายน้ำ หรือโถส้วม

                 7. ความเชื่อเรื่องของแสลงสำหรับโรคนี้ เช่น สาเกหน่อไม้ หูฉลาม อาหารทะเล เป็นต้น ทางวงการแพทย์ ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัด

                  แต่ที่แน่นอน คือ ต้องงดแอลกอฮอล์เป็นเวลา 1 เดือน เพราะอาจทำให้หนองไหลมากขึ้นส่วนอาหาร อื่นๆ ถ้ากินแล้วทำให้หนองไหลมากขึ้นหรือกำเริบใหม่ก็ควรจะงด

                 8. หนองในและหนองในเทียม บางครั้งอาจแยก อาการกันไม่ออก ถ้าใช้ยารักษาหนองใน (โดยไม่ได้ตรวจ เชื้อก่อน) อย่างเต็มที่แล้วไม่ได้ผลอาจเป็นเพราะเชื้อดื้อยา หรืออาจเป็นหนองในเทียมก็ได้
 

 

การรักษา

                  1. หากสงสัย ควรตรวจยืนยันด้วยการนำหนองไปย้อมสี และส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ หรือนำไปเพาะเชื้อ ถ้าเป็นจริง ควรให้ยาขนานใดขนานหนึ่ง ดังต่อไปนี้
  • เซฟีไชม์ (cefiximeป 400 มก.กินครั้งเดียว
  • เซฟทริอะโซน (ceftriaxone) 250 มก.ฉีดเข้ากล้ามครั้งเดียว
  • สเปกติโนไมซิน(spectinomycind) 2 กรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว
                  2.ในรายการที่มีภาวะแทรกซ้อน ควรให้ยาติดต่อกัน 2-3 วันถึง14 วัน แล้วแต่ความรุนแรงในผู้หญิงมีอาการหนองไหลออกจากท่อปัสสาวะ ร่วมกับมีไข้สูง ปวดท้องน้อยขัดเบา ตากขาว อาจ เป็นปีกมดลูกอักเสบเฉียบพลัน ควรส่งโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง

การป้องกัน
               
                   ควรหลีกเลี่ยงการเที่ยวหรือการสำส่อนทางเพศและถ้าจะหลับนอนกับคนที่สงสัยว่าเป็นหนองใน ควรใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งจะช่วยป้องกันได้เกือบร้อยละ100 (ส่วนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆอาจได้ผลไม่เต็มที่และมีโอกาสติดเชื้อได้บ้าง)

                การดื่มน้ำก่อนร่วมเพศและถ่ายปัสสาวะทันทีหลัง ร่วมเพศ หรือการฟอกล้างสบู่ทันทีหลังร่วมเพศ อาจช่วยลดการติดเชื้อลงได้บ้าง แต่ไม่ใช่จะได้ผลทุกราย

                ส่วนการกิน “ยาล้างลำกล้อง” ซึ่งเป็นยาระงับเชื้อ(antiseptic)ไม่ใช่ทำลายเชื้อไม่ได้ผลในการป้องกัน ยานี้กินแล้วทำให้ปัสสาวะเป็นสีแปลกๆ เช่น สีแดง สีเขียว

                การกินยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรคภายหลังร่วม เพศอาจได้ผลบ้าง แต่ต้องใช้ยาชนิดและขนาดเดียวกับ ที่ใช้รักษา ซึ่งดูแล้วไม่คุ้ม สู้รอให้มีอาการแสดงค่อยรักษาไม่ได้ นอกจากนี้ก็ยังไม่อาจป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นได้
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

โรคอวัยวะสืบพันธ์ชาย

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient