Symptoms & Disease

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

เลือกดูโรคอื่นๆ

บาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก (Burns)

บาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก (Burns)
               
                    บาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก เป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเพียงเล็กน้อยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนพอทนได้ และค่อย ๆ หายไปได้เอง แต่ถ้าเป็นมาก (กินบริเวณกว้าง และแผลลึก) มักจะมีภาวะแทรกซ้อน ทำให้ทุพพลภาพหรือเสียชีวิตได้
 
 สาเหตุ

                    มักเกิดจากความประมาทเลินเล่อ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเกิดจากอุบัติเหตุต่าง ๆ สิ่งที่ทำให้เกิดบาดแผลไฟ ไหม้น้ำร้อนลวกที่พบได้แก่

                   1.ความร้อน เช่น น้ำร้อน (หม้อน้ำ กระติกน้ำ กาน้ำ ไอน้ำ) น้ำมันร้อน ๆ (ในกระทะ) ไฟ (เตาไฟ ตะเกียง บุหรี่ ประทัด พลุ) วัตถุที่ร้อน (เช่น เตารีด จาน ชามที่ใส่ของร้อน)

                   2.ไฟฟ้าช็อต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน

                   3.สารเคมี เช่น กรด ด่าง
        
                  4.รังสี
เช่น แสงอัลตราไวโอเลต (แสงแดด) รังสี เรเดียม รังสีโคบอลต์ รังสีนิวเคลียร์ ระเบิดปรมาณู เป็นต้น
 
อาการ

                อาการขึ้นอยู่กับขนาด ความลึก และตำแหน่งของบาดแผล
 
               1. ขนาด หมายถึงบริเวณพื้นที่ของบาดแผล แผล ขนาดใหญ่ (กินบริเวณกว้าง) จะมีอันตรายกว่าแผลขนาด เล็ก อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ โปรตีน และเกลือแร่ ถึงกับเกิดภาวะช็อกได้ และอาจมีโอกาสติดเชื้อถึงขั้นเป็นโลหิตเป็นพิษ ถึงตายได้

                การประเมินขนาดกว้างของบาดแผล นิยม คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย ถ้าคิด หยาบๆ ให้เทียบเอาว่า แผลขนาดหนึ่งฝ่ามือ (ข้องผู้ป่วย) เท่ากับ 1% ของผิวหนังทั่วร่างกาย เช่นถ้าแผลมีขนาด เท่ากับ10 ฝ่ามือก็คิดเป็นประมาณ 10% เป็นต้น

                ทางการแพทย์ได้แบ่งเปอร์เซ็นต์ของผิวหนัง ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเป็นมาตรฐานทั้งในเด็กและ ผู้ใหญ่(ดังภาพที่แสดง) ซึ่งสะดวกในการคิดคำนวณ
 
                2. ความลึก ผิวหนังมีความลึก 2 ชั้น ได้แก่ ชั้น หนังกำพร้า (epidermis) และชั้นหนังแท้ (dermis) เราแบ่งบาดแผลไฟไหม้      
น้ำร้อนลวก ออกเป็น 3 ขนาดด้วย กันดังนี้

                ก. บาดแผลดีกรีที่1 หมายถึง บาดแผลที่มีการทำลายของเซลล์หนังกำพร้าชั้นผิวนอกเท่านั้น หนังกำพร้าชั้นในยังไม่ถูกทำลาย สามารถเจริญขึ้นมาแทนที่ ส่วนผิวนอกได้ จึงมีโอกาสหายได้สนิทและไม่มีแผลเป็น ยกเว้นถ้ามีการติดเชื้ออักเสบ

                มักเกิดจากการถูกแดดเผา (อาบแดด) การถูกน้ำร้อน ไอน้ำเดือด หรือวัตถุที่ร้อนเพียงเฉียดๆ และไม่นาน

                ผิวหนังส่วนที่เป็นบาดแผลจะมีลักษณะแดง บวมเล็กน้อย และปวดแสบปวดร้อน ไม่มีตุ่มพอง หรือ หนังหลุดลอก มีลักษณะแบบเดียวกับรอยแดดเผา ซึ่งถือเป็นบาดแผลไหม้ดีกรีที่ 1 แบบที่หนึ่ง

                บาดแผลดีกรีที่ 1 ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำ และโปรตีน จึงไม่ต้องคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของผิวหนังที่ เกิดบาดแผล และมักจะหายได้เองและไม่มีอันตรายร้ายแรง

               ข. บาดแผลดีกรีที่ 2 หมายถึง บาดแผลที่มี การทำลายของหนังกำพร้าตลอดทั้งชั้น (ทั้งชั้นผิวนอก และชั้นในสุด) และหนังแท้ส่วนที่อยู่ตื้น ๆ (ใต้หนังกำพร้า) แต่ยังมีเซลล์ที่สามารถเจริญทดแทนส่วนที่ตายได้ จึงหายได้เร็วและไม่เกิดแผลเป็นเช่นกัน ยกเว้นถ้ามีการติดเชื้อ

                มักเกิดจากการถูกของเหลวลวก หรือถูก เปลวไฟ

                บาดแผลจะมีลักษณะแดงและพุเป็นตุ่มน้ำขนาดเล็กและใหญ่ ผิวหนังอาจหลุดลอกเห็นเป็นเนื้อแดงๆ มีน้ำเหลืองซึม มีอาการเจ็บปวด อาจทำให้สูญเสียน้ำ โปรตีนและเกลือแร่ และติดเชื้อได้ง่าย

                ค. บาดแผลดีกรีที่ 3 หมายถึง บาดแผลที่มี การทำลายของหนังกำพร้าและหนังแท้ทั้งหมด รวมทั้งต่อมเหงื่อขุมขนและเซลล์
ประสาท ผู้ป่วยมักไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดที่บาดแผล ผิวหนังทั้งชั้นจะหลุดลอกเห็นเป็นเนื้อแดงๆ หรือแดงสลับขาว หรือเป็นเนื้อที่ไหม้เกรียม

                มักเกิดจากไฟไหม้หรือถูกของร้อนนานๆหรือไฟฟ้าช็อต
 
                ถือเป็นบาดแผลที่ร้ายแรง อาจเกิดภาวะขาดน้ำหรือติดเชื้อรุนแรงได้ แผลมักจะหายยากและเป็น แผลเป็น

               ในการเกิดบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกแต่ละครั้ง อาจมีบาดแผลที่มีความลึกขนาดต่าง ๆ กันในคนเดียวกันได้ และบางครั้งในระยะแรกอาจแยกบาดแผลดีกรีที่ 2 และ 3 ออกจากกันไม่ชัดก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามทั้ง 2 ชนิดนี้ล้วนถือเป็นบาดแผลที่มีอันตรายรุนแรงและควรคิดเปอร์เซ็นต์ของผิวหนังที่เกิดบาดแผล

               3.ตำแหน่ง บาดแผลบนใบหน้า อาจทำให้เป็น แผลเป็นและเสียโฉมได้มาก ถ้าถูกบริเวณตา อาจทำให้ตาบอดได้แผลที่มือและตามข้อพับต่างๆอาจทำให้ข้อนิ้วมือและข้อต่างๆ มีแผลเป็นดึงรั้งทำให้เหยียดออกไม่ได้

               ถ้าสูดควันไฟเข้าไปในปอดระหว่างเกิดเหตุ อาจทำให้เยื่อยุของทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ กลายเป็นหลอดลมอักเสบและปอดอักเสบอาจรุนแรงจนหายใจไม่ได้ ถึงตายได้




 
ข้อแนะนำ
 

                     1. การปฐมพยาบาลบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ที่แนะนำในปัจจุบันคือ รีบใช้น้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบทันทีหลังเกิดเหตุ อย่าใช้ยาสีฟัน น้ำปลา หรือยาหม่องทา

                     2.บาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกที่เกิดในเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ ถึงแม้จะมีขนาดไม่กว้างมาก แต่ก็อาจมี อันตรายมากกว่าที่พบในคนหนุ่มสาว ดังนั้นจึงควร แนะนำไปรักษาที่โรงพยาบาลทุกราย

                    3.บาดแผลที่ข้อพับ อาจทำให้เกิดแผลเป็นดึงรั้ง ข้อต่อให้คดงอ (เหยียดไม่ได้) สามารถป้องกันได้โดยใช้เฝือกดามข้อในบริเวณนั้นตั้งแต่แรก

                    4.ภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ ในระยะ 2-3 วันแรกคือ ภาวะขาดน้ำและช็อก ถ้ามีบาดแผลกว้าง แพทย์จะให้สารน้ำ ได้แก่ คือ ภาวะขาดน้ำและช็อก ถ้ามีบาดแผลกว้าง แพทย์จะให้สารน้ำ ได้แก่ ริงเกอร์แล็กเทต (Ringer’s lactate)ในวันแรกอาจให้ขนาด 4 มล./กก. ต่อเนื่องที่บาดแผล 1%โดยให้ครึ่งหนึ่งใน 8 ชั่วโมงแรก อีกครึ่งหนึ่งที่เหลือให้ หมดใน 16 ชั่วโมง ต่อมาวันต่อมาอาจต้องให้น้ำเกลือ และพลาสมา
 
               ส่วนการติดเชื้ออาจเกิดขึ้นหลังจากมีบาดแผล 2-3 วันไปแล้ว (หรือหลัง1สัปดาห์) ถ้าบาดแผลมีขนาดกว้างก็มีโอกาสติดเชื้อรุนแรง

                โดยทั่วไป ถือว่าบาดแผลดีกรีที่ 2 ที่มีขนาดมากกว่า 30 % และบาดแผลดีกรีที่ 3 ที่มีขนาดมากกว่า10% ถือเป็นบาดแผลรุนแรง รักษายากและมักจะมีอัตราตายสูง

                ผู้ที่มีบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ควรกินอาหารโปรตีน (เช่น เนื้อ นม ไข่ ถั่วต่าง ๆ) ให้มาก ๆ เพราะ ร่างกายมีการสูญเสียโปรตีนออกไปทางบาดแผล

               ถ้ามีบาดแผลถูกกรดหรือด่าง ควรให้การปฐมพยาบาล โดยรีบชะล้างแผลด้วยน้ำก๊อก นานอย่างน้อย5 นาที แล้วส่งโรงพยาบาล แพทย์อาจให้การรักษาแบบ เดียวกับบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก
 
การรักษา

                     สำหรับการรักษาในสถานพยาบาล โดยแพทย์หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาจกระทำดังนี้
 
                    1. ถ้าเป็นเพียงบาดแผลดีกรีที่ 1 ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ ซับให้แห้ง แล้วทาด้วยครีมสตีรอยด์ หรือเจลว่านหางจระเข้ ของ องค์การเภสัชบางๆ หรือทาด้วยวาสลินหรือน้ำมันมะกอก และให้ยาแก้ปวด ถ้ารู้สึกปวด

                    2. ถ้าเป็นบาดแผลดีกรีที่ 2 หรือ 3

                        ก. ควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยเร็ว ในกรณี ต่อไปนี้
  •  บาดแผลดีกรีที่ 3 มีขนาดมากกว่า 2 ฝ่ามือ (2%)
  • บาดแผลดีกรีที่ 2 มีขนาดมากกว่า 10 ฝ่ามือ (10%) ในเด็ก หรือ15 ฝ่ามือ (15%) ในผู้ใหญ่
  • บาดแผลที่ตา หู ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะ สืบพันธุ์ ตามข้อพับต่าง ๆ
  • บาดแผลในทารก เด็กเล็กและผู้สูงอายุ
  • สูดควันไฟเข้าไประหว่างเกิดเหตุ
  • มีภาวะช็อก ควรให้น้ำเกลือไประหว่างทาง
                        ข. ถ้าไม่มีอาการดังกล่าวในข้อ ก. อาจให้การรักษาโดย
  • ชะล้างบาดแผลด้วยน้ำกับสบู่
  • ถ้ามีตุ่มพองเล็ก ๆ เพียง 2-3 ตุ่ม เกิดที่ฝ่ามือไม่ควรใช้เข็มเจาะให้ทาด้วยยาฆ่าเชื้อ เช่นโพวิโดนไอโอดีนหรือทิงเจอร์ใส่แผล(merthiolate) แล้วปิดด้วยผ้าก๊อช ตุ่มจะค่อยๆ แห้งและหลุดล่อนไป เองใน 3-7 วัน
  • ถ้ามีตุ่มพองที่แขนขา หลังมือ หลังเท้า หลังจากทำความสะอาดด้วยน้ำกับสบู่แล้วให้ใช้มืดหรือกรรไกรที่ทำให้ปราศจากเชื้อ (เช่น แช่ในแอลกอฮอล์แล้ว) เจาะเป็นรู แล้วใช้ผ้าก๊อชที่ปราศจากเชื้อกดซับน้ำเหลือง ให้แห้ง ใช้โพวิโดนไอโอดีนหรือทิงเจอร์ใส่แผลสดทา แล้วพันด้วยผ้ายืดให้ผิวที่พองกดแนบสนิท ภายใน 2-3 วัน หนังที่พองจะหลุดร่อน
  • ถ้ามีตุ่มพองเป็นบริเวณกว้าง ให้ใช้ กรรไกรที่ทำให้ปราศจากเชื้อขริบเอาหนังที่พองออก แล้ว ล้างด้วยน้ำเกลือซับให้แห้ง แล้วทาด้วย ครีมซัลฟาไมลอน (sulfamylon) ขี้ผึ้งแบกตาซิน (Bactacin) น้ำยา โพวิโดนไอโอดีน ครีมซิลเวอร์ซัลฟาไดอาซีน (silver  sulfadiazime) หรือพ่นด้วยสเปรย์พรีเดกซ์ (Predex spray)
               
                          ถ้าเป็นบริเวณแขนหรือขา ให้ใช้ผ้าพัน

                          ถ้าเป็นที่หน้าหรือลำตัว ให้เปิดแผลไว้ควรล้างแผลและใส่ยาวันละ 1-2 ครั้ง เมื่อดีขึ้นค่อยทำห่างขึ้น
 
  • ควรให้พาราเซตามอล  บรรเทาปวด และฉีดยาป้องกันบาดทะยัก
  • ถ้าบาดแผลไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ หรือ มีการติดเชื้อ หรืออาการทั่วไปไม่ดี (เช่น มีไข้สูง เบื่ออาหาร) ควรส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล ถ้าบาดแผลลึกอาจ ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกถ่ายผิวหนัง (skin graft)
 
การป้องกัน

                       ควรหาทางป้องกันบาดแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โดย
 
  • อย่าให้เด็กเล็กเล่นในห้องครัว
  • อย่าวางกาน้ำร้อน หม้อน้ำแกง กระติกน้ำร้อน ตะเกียง ไม้ขีดหรือวัตถุอื่นๆ ที่มีความร้อนไว้ใกล้มือเด็ก
  • อย่างวางบุหรี่ ตะเกียง ใกล้ผ้าห่ม มุ้ง หรือสิ่งที่ อาจติดไฟได้ง่าย

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient