Symptoms & Disease

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

เลือกดูโรคอื่นๆ

ผึ้ง ต่อ แตน แมลงภู่ หมาร่ามดตะนอย มดคันไฟ

ผึ้ง ต่อ แตน แมลงภู่ หมาร่ามดตะนอย มดคันไฟ

                   แมลงพวกนี้จะมีเหล็กในอยู่ที่ส่วนปลายของลำตัว เมื่อต่อยเข้าผิวหนังของคนเรา จะปล่อยพิษออกมาทำให้ เกิดอาการต่าง ๆ
อาการ

                ส่วนมากจะมีอาการเฉพาะที่เพียงเล็กน้อย คือ บริเวณที่ถูกต่อยมีอาการปวด บวม แดง คัน แสบร้อน อาจเป็นอยู่นานหลายชั่วโมง (ในรายที่ถูกมดกัด รอยบวม แดงจะยุบหายภายใน 45 นาที แล้วมีตุ่มพองเกิดขึ้น ซึ่ง จะแตกใน 2-3 วันต่อมา อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนกลายเป็นตุ่มหนองได้)

                ถ้าเป็นมาก จะมีอาการบวม ซึ่งจะค่อยขยายใหญ่ ขึ้น จนอาจมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากว่า 5-10 ซม.อาการมักเกิดขึ้นภายใน
12-36 ชั่วโมงหลังถูกต่อย และจะเป็นอยู่นานหลายวัน บางครั้งทำให้เข้าใจผิดว่าเป็น การติดเชื้อ (ในกรณีถูกผึ้งหรือต่อต่อยจะพบการติดเชื้อได้น้อยมาก)


                ถ้าถูกต่อยที่ลิ้นหรือในช่องปาก อาจทำให้ลิ้นและเยื่อเมือกในช่องปากบวมจนอุดกั้นทางเดินหายใจ ถึงขั้น เสียชีวิตได้ ซึ่งมักจะพบในเด็ก

                ถ้าต่อยถูกบริเวณใกล้เส้นประสาท ก็อาจทำให้เส้น ประสาทถูกกดทับ เกิดอาการชาได้

                ถ้าต่อยถูกที่กระจกตา อาจทำให้เกิดแผลกระจกตาได้

                ในบางรายพิษอาจเข้ากระแสเลือด เกิดปฏิกิริยา ภูมิแพ้ (allergic reaction) หรืออาการเป็นพิษ (toxic reaction) ต่ออวัยวะทั่วร่างกาย ทำให้มีอาการรินฝีปากบวม หนังตาบวมคัน ผิวหนังออกร้อนแดง มีลมพิษขึ้นทั่วตัว อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเดินเจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก

                ถ้าเกิดการแพ้รุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจลำบาก หรือหายใจหอบ เนื่องจากกล่องเสียงบวมหรือหดเกร็ง หรือหลอดลมตีบตัวคล้ายหืด (ฟังปอดได้ยินเสียงวี้ด) หรือเกิดภาวะช็อกจากการแพ้  งจะมีอาการเป็นลมชีพจรเบาและเร็ว ความดันเลือดต่ำ และอาจทำให้เสียชีวิต ภายใน 15-30 นาที ถึง 4 ชั่วโมง อาการแพ้รุนแรงอาจ เกิดขึ้นภายใน 2-3 นาทีหลังถูกต่อย หรืออาจเกิดหลังถูกต่อยแล้ว 24 ชั่วโมงก็ได้

                อาการแพ้อาจเกิดจากการถูกต่อยเพียงครั้งเดียวในผู้ที่เคยมีอาการแพ้ได้ง่าย เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แต่เดิมเคยถูกแมลงในตระกูลเดียวกันต่อยมาก่อน หรือเคย แพ้แมลงพวกนี้มาก่อน ซึ่งอาจเกิดอาการแพ้รุนแรง ถึงขั้นเกิดภาวะช็อกจากภูมิแพ้ (anaphylactic shock) ได้

                ในบางรายปฏิกิริยาภูมิแพ้อาจเกิดขึ้นช้า ประมาณ 1-2 สัปดาห์หลังถูกต่อย ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ ผื่นคัน ข้อบวม กดเจ็บ ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วไป บางรายอาจเกิดไตอักเสบโรคไตเนโฟรติก หลอดเลือดอักเสบ (otizing vasculitis)โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ประสาทตาอักเสบ (optic neuritis) ไขสันหลังอักเสบ (transverse yelitis) กลุ่มอาการกิลเลนบาร์เร เป็นต้น

                ในรายที่ถูกผึ้งหรือต่อรุมต่อยจำนวนมาก เช่นไปแหย่รังผึ้งรังต่อ ถูกต่อยมากว่า 30-40 แผล (เด็กถูกต่อย 5-10 แผล) พิษจะซึมเข้ากระแสเลือดจำนวนมาก ก่อให้เกิดภาวะพิษต่อร่างกายโดยตรง (โดยไม่ใช่ปฏิกิริยาภูมิแพ้) อาจทำให้เกิดภาวะช็อกแบบเดียวกับภาวะช็อกจากการแพ้ เรียกว่า ปฏิกิริยาอะนาไฟแล็กทอยด์ (anaphylactoid reaction) ซึ่งสามารถเกิดขึ้นในการถูกผึ้ง หรือต่อต่อยครั้งแรกในชีวิต อาการมักเกิดขึ้นอย่างฉับ พลันและอาจทำให้เสียชีวิตภายในเวลาสั้นๆ ได้

                นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดภาวะพิษในลักษณะอื่น เช่น เม็ดเลือดแดงแตก กล้ามเนื้อลายถูกทำลาย (rhabdomyolysis) ไตวายเฉียบพลัน (ปัสสาวะออกน้อยทั้งๆที่ไม่ได้ขาดน้ำ) เป็นต้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง หลังถูกต่อย

                ภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้บ่อยในผู้ที่ถูกต่อต่อยจำนวนมาก
 
 
ข้อแนะนำ

                  1. เมื่อถูกแมลงที่มีเหล็กในต่อย ควรรีบเขี่ยออกทันที จะช่วยลดปริมาณพิษที่เข้าสู่ร่างกาย ป้องกันมิให้ เกิดอาการแพ้ อย่างรุนแรงได้ ปกติเมื่อถูกผึ้งต่อยจะต้อง กินเวลา 2-3 นาที กว่าพิษจะถูกปล่อยออกมาหมด

                   2. ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะถูกแมลงพวกนี้ต่อยเพียง ตัวเดียวหรือไม่กี่ตัว ซึ่งจะมีเพียงอาการเฉพาะที่ และไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงส่วนน้อยอาจเกิดพิษหรือ อาการแพ้รุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่ถูกผึ้งหรือต่อ รุมต่อยจำนวนมาก เคยมีประวัติถูกแมลงตระกูลเดียวกันต่อยมาก่อน หรือเคยแพ้แมลงพวกนี้มาก่อน

                   3. ผู้ที่เคยมีประวัติแพ้ผึ้งหรือต่อมาก่อน ควรป้องกันอย่าให้ถูกต่อยซ้ำ ถ้าหากต้องเข้าไปอยู่ในที่เสี่ยงต่อการถูกต่อย ควรพกยาแก้แพ้และยาฉีดอะดรีนาลิน ไว้ปฐมพยาบาลเมื่อถูกต่อย

                   4. สำหรับผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการถูกแมลงต่อย เช่น พนักงานป่าไม้ นักเดินป่า ลูกเสือเวลาออกค่าย เป็นต้น ควรมีชุดปฐมพยาบาล เช่น ยาฉีดอะดรีนาลิน พร้อม อุปกรณ์การฉีดยา ยาเม็ดคลอร์เฟนิรามีน ครีมสตีรอยด์ เป็นต้น ไว้ปฐมพยาบาลเมื่อถูกแมลงต่อย

                    5. ผู้ที่แพ้แมลงบ่อย ๆ อาจลดการแพ้ด้วยการขจัดภูมิไว (desensitization) โดยการฉีดน้ำสกัดของแมลง พวกนี้ให้ผู้ป่วยทีละน้อยและบ่อย ๆ ควรทำโดยแพทย์ ผู้ชำนาญการทางโรคภูมิแพ้โดยเฉพาะ
 
 
การรักษา

                    1. ผู้ป่วยที่มีอาการเฉพาะที่ไม่รุนแรง
 
  • อย่างใส ปิดทางตรงบริเวณที่ ถูกต่อยแล้วดึงออก (ไม่ควรใช้ปากคีบคีบออก อาจบีบให้เหล็กในขับพิษออกมากขึ้น) แล้วทำความสะอาดด้วย น้ำกับสบู่
  • ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบบริเวณที่ถูกต่อย นานครั้งละ 20 นาที ช่วยลดอาการปวดและบวมได้ ควรทำซ้ำทุกชั่วโมงจนกว่าอาการทุเลา
  • ถ้าปวดมากให้กินพาราเซตามอล
  • ถ้ามีอาการคันให้ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน ไดเฟนไฮดรามีน  ครั้งละ ½-1 เม็ดทุก 6-8 ชั่วโมง  และทาด้วยครีมสตีรอยด์
  • ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักในรายที่ไม่เคยได้หรือได้ไม่ครบหรือเคยฉีดเข็มสุดท้ายนานเกิน 5 ปี
  • ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น อะม็อกซีซิลลิน หรืออีริโทรไมซิน  ถ้าแผลเป็นหนอง
  • ผู้ป่วยที่เคยถูกแมลงพวกนี้กัดต่อยมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเคยมีอาการแพ้ ควรให้ยาแก้แพ้ และเฝ้าสังเกตอย่างใกล้ชิด ถ้าเคยมีประวัติ การแพ้รุนแรงมาก่อน ควรส่งโรงพยาบาลด่วน
  • แม้ว่าผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง หรือแผลที่ถูกต่อยทุเลาเป็นแกติแล้ว ก็ควรสังเกตดูอาการต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถ้าพบมีอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ผื่นคัน ข้ออักเสบ ซีด จุดแดงจ้ำเขียว บวม แขนขาชาหรืออ่อนแรง ตามัว เป็นต้น ควรส่งโรงพยาบาล เพราะอาจ เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่เกิดขึ้นช้าก็ได้
  • ถ้าถูกแมลงต่อยในช่องปาก นอกจากให้ยาแก้แพ้แล้ว ควรสังเกตอาการบวมของเยื่อบุช่องปาก ถ้าพบว่ามีอาการปากคอ บวมพูดลำบาก หายใจลำบาก หรือ พบในเด็ก ควรส่งโรงพยาบาลด่วน
  • ถ้าถูกแมลงต่อยที่ตา ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อป้องกันและรักษาแผลกระจกตา
                  (2) ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้หรือเกิดพิษรุนแรง เช่น มีลมพิษทั่วตัว มีอาการบวมคันที่บริเวณนอกรอยแผลที่ถูกต่อย (เช่น หนังตาบวม ริมฝีปากบวม) หายใจลำยาก หรือมีเสียงวี้ด มีภาวะช็อก (เป็นลม ไม่ค่อยรู้สึกตัว ชีพจรเบาและเร็ว ความดันเลือดต่ำ) ควรส่งโรงพยาบาลด่วน ก่อนส่งควรฉีดอะดรีนาลิน 0.3-0.5 มล. (เด็กให้ขนาด 0.01มล./กก.) เข้าใต้ผิวหนัง และฉีดไดเฟนไฮดรามีน 25-50 มาก (เด็กให้ขนาด 1 มก./กก.) เข้ากล้ามหรือเข้า หลอดเลือดดำ ถ้ามีเสียงวี้ด (wheezing) ให้ยากระตุ้น บีตา 2 สุด ถ้ามีภาวะช็อก ให้น้ำเกลือนอร์มัล ทางหลอดเลือดดำ ขณะเดียวกันก็รีบนำเหล็กในออกให้ได้มากที่สุด
 
                การรักษา แพทย์จะให้การรักษาตามอาการ และความรุนแรงที่พบ เช่น ในรายที่เป็นลมพิษหรือ บวม คันทั้งตัว นอกจากฉีดยาแก้แพ้ และอะดรีนาลิน แล้วในรายที่ไม่ได้ผล อาจฉีดรานิทิดีน 50 มก.(เด็กให้ขนาด 0.5 มก./กก.) เข้าหลอดเลือดดำ

                ในรายที่หายใจมีเสียงวี้ด นอกจากให้ยากระตุ้นบีตา 2 สูดแล้ว อาจฉีดเมทิลเพร็ดนิโซโลน 40-60 มก.(เด็กให้ขนาด 1 มก./กก.)
เข้าหลอดเลือดดำ หรือให้กินเพร็ดนิโซโลน 60 มก.(เด็กให้ขนาด 0.5-1 มก./กก.)

                ในรายที่มีภาวะช็อกทั้งที่เกิดจากภาวะแพ้ (anaphylaxis) หรือภาวะพิษ (anaphylactoid) ก็ให้การรักษาแบบภาวะช็อกจากการแพ้ได้แก่ ฉีดอะดรีนาลิน  ยาแก้แพ้ รานิทิดีน และสตีรอยด์ ให้น้ำเกลือนอร์มัล หรืองริงเกอร์แล็กเทต รวมทั้งให้โดพามีน

                ผู้ป่วยที่มีภาวะช็อกจากการแพ้ เมื่อรักษาจน ดีขึ้นแล้ว หลังหยุดยา อาจมีอาการกำเริบซ้ำได้อีก จึงควร สังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

                ในรายที่มีอาการหายใจลำบาก แพทย์อาจใส่ท่อหายใจหรือทำการเจาะคอช่วยหายใจ

                         (3) ผู้ป่วยที่ถูกผึ้งหรือต่อรุมต่อยจำนวนมาก ควรส่งโรงพยาบาลด่วน ก่อนส่งให้การดูแลแบบมีอาการเฉพาะที่ และถ้ามีภาวะช็อกก็ให้ฉีดอะดรีนาลิน ฉีดไดเฟนไฮดรามีน และให้น้ำเกลือนอร์มัล
 
                การรักษา ในรายที่ยังไม่มีอาการแสดง แพทย์ จะรับผู้ป่วยไว้สังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ทำการตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดดูค่าอิเล็กโทรไลต์และการทำงานของไต (ตรวจค่าครีอะตินีน และบียูเอ็น) และให้การรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น เช่น รักษา ภาวะช็อก ทำการฟอกล้างของเสียหรือล้างไต (dialysis)ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตวาย เป็นต้น


การป้องกัน

                  1. กำจัดขยะและเศษอาหารในบริเวณบ้าน เพื่อไม่ให้มีแมลงพวกนี้มาตอม

                  2. ในกรณีที่ต้องเดินทางเข้าไปในที่ ๆ มีแมลงพวกนี้ชุกชุม หรือออกไปกลางแจ้ง ไมควรใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาดลายดอกไม้หรือใส่น้ำหอม ซึ่งเป็นสิ่งล่อให้ผึ้งหรือต่อบินมาต่อมได้

                  3. อย่าแหย่หรือทำลายรังต่อรังผึ้ง (โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรเตือนเด็ก ๆ อย่ากระทำดังกล่าว) การจำกัด รังต่อรังผึ้งควรใช้ผู้ที่ ได้รับการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ

                  4. ถูกแมลงโดยเฉพาะต่อต่อยควรวิ่งหนีโดย เร็วที่สุด ให้ห่างจากรังเกิน 7 เมตร ซึ่งต่อมักจะไม่ตามไปไม่ให้ต่อติดอยู่ในผม ซึ่งจะต่อยซ้ำ ๆได้

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient