Symptoms & Disease

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

เลือกดูโรคอื่นๆ

สครับไทฟัส (Scrub typhus)

สครับไทฟัส (Scrub typhus)  

                สครับไทฟัส เป็นโรคที่แพร่เชื้อมาจากสัตว์ พบบ่อยในพื้นที่ชนบทและป่าเขา ในบ้านเรามีรายงานโรค นี้ประมาณปีละ 3,000 - 4,000 ราย พบได้ทุกภาคของประเทศ

                มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์  ทหารนักวิทยาศาสตร์ และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า

                โรคนี้ชาวบ้านบางแห่งเรียกว่า ไข้แมงแดง

สาเหตุ

                เกิกจากเชื้อริกเกตเซีย ที่มีชื่อว่า โอเรียรเทียซูซูกามูชิ (Orientia tsutsugamushi ซึ่งเดิมเรียกว่า Rickettsia tsutsugamushi  หรือ Rickettsia orientalis)โดยมีไรอ่อน (chigger หรือ laval-stage trombiculid เป็นพาหะนำโรค ระยะฟักตัว 4 – 18 วัน

                ตัวไรแก่อาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดินไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนที่มี 6 ขาและมีสีแดงไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์แทะ นก หรือผู้ที่เดินผ่านไปมาเพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร ถ้าคนหรือสัตว์มีเชื้อริกเกตเชียชนิดนี้อยู่ เชื้อก็จะเข้าไปอยู่ในลำไส้และ ต่อมน้ำลายของไรอ่อน แล้วเจริญแบ่งตัวในขณะที่ไรอ่อนกลายเป็นตังแก ตัวแก่เมื่อวางไข่ก็จะมีเชื้อโรคแพร่ติดอยู่ เมื่อฟักเป็นไรอ่อน ก็จะเป็นไรอ่อนที่มีเชื้อโรค เมื่อไปกัดคนหรือสัตว์ก็จะแพร่เชื้อให้คนหรือสัตว์นั้นต่อไป
     
                ในบ้านเราสัตว์ที่เป็นรังโรค (มีเชื้อโรคในร่างกาย) คือ หนูเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจพบในกระแต และกระจ้อนสัตว์ที่เป็นรังโรคและไรอ่อนที่เป็นพาหะนำโรค อาจอยู่ตามพื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าคา ไร่พริก สวนยาง พุ่มไม้เตี้ยๆ และป่าสูงซึ่งมีอยู่แทบทุกภาคของประเทศ
 
อาการ

                หลังถูกไรอ่อนกัด 4 –18 วัน จะมีอาการปวดศีรษะ ที่ขมับและหน้าผาก และจับไข้หนาวสั่นไข้สูงตลอดเวลา (ไข้อาจเป็นอยู่นาน 2 - 3 สัปดาห์) หน้าแดง  ตาแดง  และ กลัวแสง  อ่อนเพลีย เพื่ออาหาร  ท้องผูก

                บริเวณที่ถูกกัดจะเจ็บ และมีรอยไหม้ดำเหมือนถูกบุหรี่จี้ รอบๆ แผลจะมีการบวมแดง แต่ไม่เจ็บ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม.และเป็นยู่นาน 1- 3 สัปดาห์ พบได้ประมาณร้อยละ 40 ของผู้ป่วย มักจะพบ ที่รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว ก้น อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ๆ จะโตและเจ็บด้วย 

                ประมาณวันที่ 5 – 7 หลังมีไข้จะมีผื่นสีแดงคล้ำขึ้น ที่ลำตัวก่อน และกระจายไปแขนขา ผื่นจะมีอยู่ 3 – 4 วันก็หายไป

                ผู้ป่วยอาจมีอาการไอร่วมด้วย จากการอักเสบของเนื้อปอด
ข้อแนะนำ

                1. โรคนี้มักมีไข้สูง  หนาวสั่น อาจมีไข้นาน 2- 3 สัปดาห์  ตาแดงและมีผื่นขึ้น อาการเหล่านี้มีลักษณะ คล้ายมาลาเรีย ไทฟอยด์ เล็ปโตสไปโรซิส ไข้เลือดออก และหัด 

                แต่ลักษณะเฉพาะของโรคนี้ คือ มีประวัติเดินทางไปต่างจังหวัด  หรือเข้าไปในป่าในสวนหรือในไร่ และ อาจพบสะเก็ดแผลไหม้จากไรกัด มีลักษณะไหม้ดำ เหมือนถูกบุหรี่จี้

                ดังนั้นเมื่อพบผู้ที่เป็นไข้โดยยังไม่ทราบสาเหตุ ชัดเจน  ควรค้นหารอยแผลไรกัด โดยถามผู้ป่วยว่ามีแผล ตามร่างกายหรือไม่ และตรวจดูตามผิวหนังอย่างถี่ถ้วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรักแร้ ขาหนีบ รองเอว ก้น อวัยวะเพศ

                2. โรคนี้เมื่อได้รับการรักษา ไข้มักจะลดลงใน 24-72 ชั่วโมง และจะหายขาดโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน แต่อย่างใด แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา บางรายอาจหายได้เอง โดยจะมีไข้อยู่นาน 2 – 3 สัปดาห์  แต่บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง โรคนี้มีอัตราตายประมาณร้อยละ 10 - 30
 
การรักษา
 

                หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล แพทย์จะวินิจฉัย ด้วยการทดสอบทางน้ำเหลืองด้วยวิธี indirect immunofluorescence assay  (IFA),  indirect immunoperoxidase assay (IIP) หรือ dot-ELISA (ซึ่งทำเป็นชุดตรวจสำเร็จรูป หรือ dipstick test)

                บางรายอาจตรวจด้วยวิธี polymerase chain  reaction (PCR)

                นอกจากนี้ อาจทำการตรวจปัสสาวะ  เจาะเลือด ตรวจการทำงานของตับ เอกซเรย์ และตรวจพิเศษอื่นๆ                          
 
การรักษา  แพทย์จะให้การรักษาดังนี้

                1. ถ้าอาการไม่รุนแรงให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เตตราไซคลีน ครั้งละ 500 มก.วันละ 4 ครั้ง (เด็กให้ขนาด 40 มก./กก./วัน แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง) หรือ คลอแรมเฟนิคอล ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ให้ขนาด 50 - 100 มก./วัน แบ่งให้วันละ 4 ครั้ง (สูงสุดไม่เกิน 4 กรัม/วัน) นาน 7 วัน หรือดอกซีไชคลีน ครั้งละ 100 มก.วันละ 2 ครั้ง (เด็กให้ขนาด 4 มก./กก./วัน แบ่งให้วันละ 2 ครั้ง) นาน 3 วัน

                ในหญิงตั้งครรภ์หรือเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปี หรือในรายที่ดื้อต่อยาดังกล่าว  ก็จะให้ยาปฏิชีวนะอื่น เช่น อะซิโทรไมชิน (ผู้ใหญ่ให้ 500 มก. เด็กให้ขนาด 10 มก./กก.ครั้งเดียว) ไรแฟมพิชิน (ผู้ใหญ่ให้ 900 มก.เด็กให้ 20 มก./กก./วัน วันละครั้ง นาน 7 วัน)

                2. ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น หอบ หัวใจวาย ไตวาย ซ็อก หรือหมดสติจำเป็นต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล

 
การป้องกัน

                1. ถ้าจะออกไปตั้งค่ายในป่า พยายามอย่าเข้าไปในพุ่มไม้ บริเวณที่ตั้งค่ายควรถางให้โล่งเตียน ควรพ่นยา ฆ่าไรบนพื้นดิน และไม่ควรนั่งหรือนอนอยู่กับที่นานๆ ควรใส่เสื้อผ้ารัดกุมและทายาป้องกัน
 
 
                2. กินยาป้องกัน โดยกินดอกซีไซคลีน 200 มก.สัปดาห์ละครั้ง ระหว่างที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโรคนี้อยู่โดยให้เริ่มกินครั้งแรกก่อนเดินทาง 3 วัน และกินต่อจนกระทั้ง 6 สัปดาห์หลังเดินทางกลับออกมาแล้ว

 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ผิวหนังและ ศัลยกรรมความงาม

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient