Symptoms & Disease

ทางเดินอาหาร

เลือกดูโรคอื่นๆ

แอนแทรกซ์ (Anthrax)

แอนแทรกซ์ (Anthrax)
 
                    แอนแทรกซ์ (anthrax) เป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดในสัตว์เลี้ยง (เช่นโค กระบือ ม้า อูฐ แพะ แกะ) ซึ่งสามารถติดต่อมาสู่คนได้ แต่จะไม่ติดจากคนสู่คนด้วยกัน

                    โรคนี้พบได้ประปราย ซึ่งมักพบในกลุ่มคนที่ทำ งานเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง (เช่น คนงานในโรงเลี้ยงสัตว์โรงงานฟอกหนังหรือทำขนสัตว์ สัตว์แพทย์ สัตว์บาล) หรือบริโภคเนื้อสัตว์ดิบๆ
 
                ในบ้านเรามีรายงานผู้ป่วยเป็นครั้งคราว เคยมีรายงานการระบาดหมู่จากการบริโภคเนื้อกระบือเมื่อปี พ.ศ. 2525 (ป่วยเป็นแอนแทรกซ์คอหอย 24 ราย ตาย 3 ราย และในช่วงเดียวกันพบแอนแทรกซ์ผิวหนัง 52 ราย)
 
 
สาเหตุ

                เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า บาซิลลัส-แอนทราซิส (Bacillus  anthracis) เชื้อโรคมีลักษณะ สปอร์พบอยู่ตามดินทรายมีความทนทานอยู่ในสภาพ แวดล้อมได้นานนับสิบปี และมีแมลงวันและนกแร้งเป็น ตัวนำเชื้อไปแพร่กระจาย คนเราสามารถติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายได้3ทางได้แก่
                  
  • ทางผิวหนัง โดยการสัมผัสถูกสปอร์ (ตามดินทราย หนังสัตว์ ขนสัตว์) โดยตรง เชื้อจะผ่านเข้าทาง บาดแผล หรือรอยถลอกบนผิวหนัง
  • ทางปากโดยการกินเนื้อสัตว์ที่ติดเชื้อโดยไม่ได้ปรุงให้สุก
  • ทางเดินหายใจ โดยการสูดเอาสปอร์เข้าไปในปอด มักพบในคนงานในโรงฟอกหนัง ทำขนสัตว์หรือหนังสัตว์
                เมื่อสปอร์เข้าสู่ร่างกายก็จะมีการงอกเจริญเติบโตและปล่อยสารพิษหลายชนิดออกมาทำลายเนื้อเยื้อต่างๆเกิดอาการอักเสบ บวม เป็นแผล เนื้อตาย เลือดออก   
                    
                ระยะฟักตัว 1-6 วัน (ถ้าเกิดจากการสูดเข้าทาง เดินหายใจ อาจนานถึง 6 สัปดาห์)
อาการ

                โรคนี้แบ่งเป็น 3 ชนิด ตามลักษณะการติดเชื้อ ซึ่ง มีอาการแสดงและความรุนแรงแตกต่างกัน ดังนี้

                แอนแทรกซ์ผิวหนัง (cutaneous anthrax) เป็น ชนิดที่พบได้มากที่สุด คือ ประมาณร้อยละ 95 ของผู้ป่วย แอนแทรกซ์ หลังติดเชื้อ 2-5 วันจะเกิดอาการโดยเริ่ม ขึ้นเป็นตุ่มนูนที่ผิวหนังคล้ายถูกแมลงกัด แล้วใน 1-2 วันต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำขนาด 1 ซม.มีลักษณะบวมโดยรอบ (บางครั้งอาจบวมรุนแรง ถ้าขึ้นที่บริเวณคอ อาจทำให้หายใจลำบาก) หลังจากนั้นประมาณ 1  สัปดาห์ ตุ่มน้ำจะแตกกลายเป็นแผลมีจุดดำตรงกลาง (ซึ่งเป็น เนื้อเยื่อที่ตาย) คล้ายถูกบุหรี่จี้ เรียกว่า สะเก็ดแผลไหม้ (eschar) ตุ่มและแผลไม่เป็นหนอง ไม่รู้สึกเจ็บ อาจ คันเล็กน้อย ถ้าไม่ได้รับการรักษาประมาณร้อยละ 20 ของผู้ป่วยจะมีการแพร่กระจายเชื้อเชื้อไปทั่วร่างกาย เกิด อาการไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมน้ำเหลืองใกล้บริเวณแผลเกิดการอักเสบ และมี อาการติดเชื้อของอวัยวะต่างๆ เป็นอันตรายได้

                แอนแทรกซ์ทางเดินอาหาร (gastrointestinal anthrax) พบได้น้อยกว่าร้อยละ 1 ของผู้ป่วยแอนแทรกซ์ อาการเกิดหลังกินเนื้อสัตว์ที่ที่ไม่สุกประมาณ  2-3 วัน เริ่มด้วยอาการไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีอาการถ่ายเป็นเลือด ท้องมาน
(ท้องบวมน้ำ) ช็อก

                ในรายที่มีอักเสบในคอหอย (แอนแทรกซ์คอหอย) จะมีอาการไข้ เจ็บคอ คอบวม กลืนลำบาก เลือดออกจากปาก หายใจลำบาก ต่อมน้ำเหลืองข้างคอโต แอนแทรกซ์ปอด (inhalation หรือ pulmonary anthrax) พบได้ประมาณร้อยละ 5 ของผู้ป่วยแอนแทรกซ์ อาการเกิดหลังสูดเอาสปอร์เข้าไปในทางเดินหายใจประมาณ 1-6 วัน อาการแบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะเริ่ม ด้วยอาการไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไอแห้งๆ รู้สึกแน่นบริเวณยอดอก(ลิ้นปี่) คล้ายไข้หวัดใหญ่ ซึ่ง อาจเป็นอยู่ 2-3 วัน อาการนี้ก็จะทุเลาลงหรือหายไปเอง แต่หลังจากนั้นก็เข้าสู่อาการระยะที่สอง (ซึ่งสปอร์มีการงอกเจริญเติบโต และปล่อยพิษออกมาจำนวนมาก  ทำลายปอดอย่างรุนแรง) ผู้ป่วยจะกลับทรุดลงด้วยอาการไข้สูง เหงื่อแตก หายใจหอบ ตัวเขียว บางรายอาจมี อาการไข้ต่ำหรือตัวเย็นเกินร่วมกับภาวะช็อก มักจะมี อาการอยู่ประมาณ 24 ชั่วโมง แล้วเสียชีวิตภายในเวลา  รวดเร็ว (หากไม่ได้รับการรักษา) ถ้าไม่ได้รับการรักษาแอนแทรกซ์ปอดมีอัตราตายร้อยละ 95
 
 
ข้อแนะนำ

                ปัจจุบันพบผู้ป่วยแอนแทรกซ์ในบ้านเราน้อยมาก เนื่องจากมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในสัตว์เลี้ยง อย่างทั่วถึง แต่ในบางครั้งหรือบางแห่งอาจมีการละเลย ในการป้องกันโรคในสัตว์เลี้ยง ก็ยังมีโอกาสแพร่โรคนี้ มาสู่คนได้จึงต้องระมัดระวังในการป้องกันโรคนี้

                 อาการแสดงของโรคนี้คล้ายไข้หวัดใหญ่ สครับไทฟัส ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ดังนั้นถ้าพบ ผู้ที่มีอาการของโรคเหล่านั้น อย่าลืมถามประวัติการสัมผัส โรคจากสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการระบาด

                โรคนี้ติดต่อจากสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อ ไม่ติดจากคนสู่คนด้วยกันเอง ดังนั้นไม่มีความจำเป็นต้องแยกหรือ กักตัวผู้ป่วย
การรักษา

                หากสงสัย เช่น มีตุ่มน้ำหรือรอยสะเก็ดแผลไหม้ที่ ผิวหนัง มีไข้คล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือมีอาการปวดท้อง อาเจียน ท้องเดิน คล้ายอาหารเป็นพิษ และมีประวัติ สัมผัสสัตว์เลี้ยง ขนสัตว์ หนังสัตว์ หรือบริโภคเนื้อสัตว์ ที่ไม่ได้ปรุงให้สุก ควรส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว

                แพทย์จะวินิจฉัยจากลักษณะอาการ ร่วมกับการ ตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น ย้อมเชื้อจากแผล เสมหะหรือ อุจจาระ เพาะเชื้อจากเลือดหรือเสมหะ พิสูจน์ชิ้นเนื้อ ผิวหนัง (skin biopsy) ทดสอบทางน้ำเหลืองเพื่อหาระดับสารภูมิต้านทาน เอกซเรย์ปอด (บางรายอาจต้องตรวจ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์) รวมทั้งทำการเจาะหลังเพื่อตรวจ น้ำไขสันหลัง และใช้เครื่องส่องตรวจกระเพาะลำไส้

                การรักษา  มักจะต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล นอกจากการรักษาตามอาการ (เช่น ยาลดไข้ ให้เลือด ให้สารน้ำเกลือแร่ ให้ออกซิเจน เป็นต้น) แล้วที่สำคัญ คือการให้ยาปฏิชีวนะกำจัดเชื้อได้แก่ ไซโพรฟล็อกซาซิน หรือดอกซีไซคลีน ร่วมกับคลินดาไมซิน และ/หรือไรแฟมพิซิน โดยให้ทางหลอดเลือดดำ เมื่อดีขึ้นจึงเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดกินนาน 60 วันผลการรักษา ถ้าได้รับยาปฏิชีวนะตั้งแต่ก่อนมี อากร (สำหรับผู้สัมผัสโรค) หรือระยะแรกเริ่มของการ แสดงอาการ หรือเป็นแอนแทรกซ์ผิวหนัง ก็มักจะได้ผลดี และหายได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าให้การรักษาช้าเกินไป หรือในรายที่เป็นแอนแทรกซ์ปอดก็มักจะได้ผลไม่ดี และยังมีโอกาสเสียชีวิตได้ (แทนแทกรซ์ปอดถึงแม้จะได้ รับการรักษาก็ยังมีอัตราตายสูงถึงร้อยละ75) ส่วนผู้ป่วย ที่มีเยื่อหุ้มสมองอักเสบแทรกซ้อนมักจะตายเกือบทุกคน
              
การป้องกัน

                   1. ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคแอนแทรกซ์ในสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัดและทั่วถึง 
                      
                   2. หลีกเลียงกาสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อหรือ เป็นโรคแอนแทรกซ์

                   3. ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ปรุงให้สุก

                   4. ผู้สัมผัสเชื้อ (กินเนื้อสัตว์ที่เป็นโรค สูดสปอร์แอนแทรกซ์เข้าปอด หรือสัมผัสถูกสัตว์ป่วยโดยตรง) ควรให้ยาป้องกันกินทันที (ก่อนมีอาการ) และกินติดต่อ กันนาน 60 วัน โดยเลือกใช้ชนิดใดชนิดหนึ่งดังนี้
  • ไซโพรฟล็อกซาซิน 500 มก.วันละ2 ครั้ง
  • ดอกซีไซคลีน 100 มก.วัน 2 ครั้ง
  • สำหรับเด็กและหญิงตั้งครรภ์ให้อะม็อกซีซิลลิน 500 มก. ทุก 8 ชั่วโมง (เด็กให้ขนาด 80 มก./กก./วัน แบ่ง ให้วันละ 3 ครั้ง)
                   5. วัคซีนป้องกันแอนแทรกซ์ ไม่แนะนำฉีดให้ แก่คนทั่วไป แต่จะฉีดให้แก่กลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อแอทนแทรกซ์ เช่น ทหาร (เสี่ยงต่อการถูกโจมตีด้วยเชื้อแอนแทรกซ์) ผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงในพื้นที่ ระบาด ผู้ที่ทำงานเกี่ยงข้องกับหนังสัตว์หรือขนสัตว์ที่นำมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับเชื้อชนิดนี้    
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินอาหาร

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient