Symptoms & Disease

ทางเดินอาหาร

เลือกดูโรคอื่นๆ

บรูเซลโลซีส (Brucellosis)

บรูเซลโลซีส (Brucellosis)

                บรูเซลโลซิส (brucellosis/undulant fever/Mediterranean fever) เป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดในสัตว์ เลี้ยง (เช่น โค กระบือ แพะ แกะ อูฐ หมู) สุนัข สัตว์แทะ สัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม (วาฬ โลม) สัตว์ป่า (กระบือป่า กระต่ายป่า สุนัขจิ้งจอก สุนัขป่า) ซึ่งสามารถติดต่อมาสู่คนได้ 
                โรคนี้พบได้ประปราย ซึ่งมักพบในกลุ่มคนที่ทำงาน เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง (เช่น คนงานในโรงเลี้ยงสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์ สัตว์แพทย์ สัตว์บาล) หรือบริโภคเนื้อสัตว์ และนมที่ติดเชื้อ

                ในบ้านเรามีรายงานผู้ป่วยโรคนี้จากการดื่มนมแพะ และการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์เลี้ยง (โดยเฉพาะฟาร์ม เลี้ยงแพะ) ในจังหวัดราชบุรี (ปี พ.ศ. 2546) สตูล (ปี พ.ศ.2546-2547) และกาญจนบุรี (ปี พ.ศ. 2548  และ 2549)
           
 สาเหตุ

                เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า บรูเซลลา (Brucella) ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ย่อย  คนเราสามารถ ติดโรคจากสัตว์ได้หลายทางได้แก่
  • สัมผัสสิ่งปนเปื้อน น้ำนม เลือด รก น้ำเมือก ในอวัยวะเพศของสัตว์เพศเมีย น้ำเมือกตามตัวลูกสัตว์ ที่คลอดออกมาใหม่ๆ มูลหรือปัสสาวะสัตว์ เชื้อโรคจะเข้าทางบาดแผลหรือรอยถลอก
 
  • กินเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ หรือนมสัตว์ (รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนม  เช่นไอศกรีม เนยแข็ง) ที่ติดเชื้อโดยไม่ได้ปรุงให้สุก หรือผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ
 
  • หายใจสูดเอาฝุ่นหรือละอองของสิ่งคัดหลั่ง น้ำนมที่ปนเปื้อนเชื้อโรคขณะรีดนมในคอกสัตว์ถูกเข็มฉีดวัคซีนป้องกันโรคแก่สัตว์ ทิ่มแทง
                ระยะฟักตัว  ระบุได้ไม่ค่อยแน่นอน อาจเป็นตั้งแต่ 1 สัปดาห์ จนถึงนานกว่า 2 เดือน (ทั่วไปประมาณ 1-2 เดือน)
อาการ

                มักมีอาการค่อยเป็นค่อยไป แบบเรื้อรังมากกว่า เฉียบพลัน อาการที่พบบ่อย คือ มีไข้สูงๆ ต่ำๆ แบบเรื้อรัง หรือ เป็นๆ หายๆ ไม่แน่นอน (อาจมีไข้ 1-3 สัปดาห์ สลับกับไม่มีไข้ 1-3 วัน) ร่วมกับอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดข้อ ปวดหลัง ปวดเมื่อยตามร่างกายทั่วไป มึนซึม หนาวสั่น  เหงื่อออกมาก ไอ เจ็บหน้าอก น้ำหนัก ลด

                ระยะการเจ็บป่วยอาจนานหลายวันหลายเดือนถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจนานเป็นปี หรือนานกว่า

                ในรายที่ติดเชื้อทางอาหารการกิน อาจมีอาการคลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเดิน หรือท้องผูก ปวดหลัง ปวดข้อ บางรายอาจติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการชัดเจนก็ได้
ข้อแนะนำ

                โรคนี้ถึงแม้พบได้ไม่บ่อย แต่ถ้าพบผู้ป่วยมี  อาการไข้เรื้อรังร่วมกับน้ำหนักลด ข้ออักเสบ อัณฑะอักเสบ หรือการอักเสบของอวัยวะหลายส่วน  ก็ควรสงสัยว่าอาจเป็นโรคบรูเซลโลซิส

                นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการไม่ชัดเจน คือมีเพียงอาการไข้ต่ำๆ เป็นๆ หายๆ เรื้อรังเป็นแรม เดือนแรมปี โดยไม่มีอาการอย่างอื่นชัดเจน อาจทำให้ เข้าใจผิดว่าเป็นโรคจิตประสาท (โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอาการวิตกกังวล ซึมเศร้า หรือนอนไม่หลับร่วมด้วย)

                ดังนั้น ถ้าพบผู้ป่วยมีอาการดังกล่าว อย่าลืม ถามประวัติการทำอาชีพทีเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง (โดยเฉพาะโค กระบือ แพะ  หมู) หรือการบริโภคนมวัดหรือ นมแพะที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อ หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ ปรุงให้สุก

                ควรอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจถึงธรรมชาติของโรคนี้ โดยเฉพาะการที่เป็นโรคที่ติดจากสัตว์เลี้ยง (การติดจากคนสู่คนเกิดขึ้นได้น้อยมาก จะติดได้ ก็โดยการสัมผัสถูกหนองและน้ำเหลืองของผู้ป่วยเท่านั้น) และการที่ต้องกินยารักษาให้ครบขนาดและระยะที่แพทย์ กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้โรคกำเริบซ้ำ

                ควรแนะนำให้ผู้ที่ทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์รู้จัก อาการของโรคนี้ และถ้ามีอาการไข้ทีสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์
การรักษา

                หากสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่มีไข้เรื้อรัง (เป็นสัปดาห์ถึงเป็นแรมปี) น้ำหนักลด ข้ออักเสบ อัณฑะ อักเสบ หรือมีอาการติดเชื้อของอวัยวะหลายแห่ง และมีประวัติทำงานเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง  หรือบริโภคเนื้อสัตว์ หรือนมที่ติดเชื้อ (เช่น นมแพะ) ควรส่งโรงพยาบาลหรือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

                แพทย์จะทำการวินิจฉัยด้วยการทดสอบทางน้ำเหลือง (agglutination test, ELISA) การตรวจด้วยวิธี (polymerase chain reaction (PCR) การเพาะเชื้อจากเลือด ไขกระดูก น้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด (pleural fluid) หรือน้ำในข้อ (synovial fluid) การตรวจเลือดมักพบเม็ดเลือดขาวต่ำ (โดยมีสัดส่วนของลิมโฟไซต์สูง) เกล็ดเลือดต่ำ  เอนไซม์ตับ (AST, ALT) สูงเล็กน้อย บางราย อาจต้องตรวจชิ้นเนื้อตับ (liver biopsy) เอกซเรย์ปอด และกระดูกสันหลัง

                การรักษา  ที่สำคัญคือให้ยาปฏิชีวนะอย่างน้อย2 ชนิดร่วมกัน เช่น ดอกซีไซคลีน 200 มก./วัน ร่วมกับไรแฟมพิซิน 600-900 มก./วัน นาน 6 สัปดาห์ ในเด็กและหญิงตั้งครรภ์ให้โคไตรม็อกซาโซล ร่วมกับไรแฟมพิซิน หรืออะมิโนไกลโคไซด์ (เช่น เจนตาไมซิน)

                ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น เยื่อหุ้ม สมองอักเสบ เยื่อหัวใจอักเสบ อาจต้องให้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกัน 3-4 ชนิด และให้นานกว่า 6 สัปดาห์ 

                ในรายที่เป็นฝีตับ อาจต้องทำการระบายหนองออก

                ในรายที่มีภาวะผิดปกติของลิ้นหัวใจอาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

                ผลการรักษา นับว่าได้ผลดี อาการไข้และอาการ อื่นๆ มักจะทุเลาหลังกินยาได้ 4-14 วัน แต่ถ้ากินยาไม่สม่ำเสมอ หรือหยุดยาก่อนกำหนดเวลา  ก็อาจมีอาการ กำเริบซ้ำได้อีกประมาณร้อยละ 30 โดยทั่วไปแพทย์จะติดตามผลการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี

                ในรายที่มีเยื่อบุหัวใจอักเสบร่วมด้วยมักมีอัตราตายค่อนข้างสูง

                ในรายที่ไม่ได้รับการรักษา มีอัตราตายโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2

การป้องกัน

                1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคบรูเซลดลซิสในสัตว์เลี้ยง (โค กระบือ แพะ แกะ หมู)

                2. ถ้าสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงเป็นโรคนี้ เช่น สัตว์ใน คอกมีไข้ ซึม เต้านมอักเสบ ข้อขาอักเสบ เยื่อหุ้มข้ออักเสบ อัณฑะอักเสบ ขาหลังเป็นอัมพาต สัตว์แท้งลูกบ่อยๆ (โรคนี้มีชื่อเรียกว่า โรคแท้งติดต่อในสัตว์) เป็นหมันให้น้ำนมน้อยลง เป็นฝีตามที่ต่างๆ ลูกที่คลอดออกมาไม่แข็งแรง
เป็นต้น ก็ควรปรึกษาสัตวแพทย์ ถ้าเป็นโรคนี้ก็ควรกำจัดทิ้ง

                กรณีที่สัตว์แท้งลูก ควรเก็บลูกสัตว์ที่แท้งและรถส่งตรวจหาสาเหตุของโรค
 
                3. หมั่นตรวจสอบการติดเชื้อในฝูงสัตว์เลี้ยงด้วย การตรวจเลือดและน้ำนม ถ้าพบว่ามีการติดเชื้อ ควรทำการคัดแยกและทำลาย

                4. ผู้ที่ทำงานในฟาร์ม(โดยเฉพาะฟาร์มแพะ) ควรป้องกันไม่ให้สัมผัสถูกเชื้อโดยตรง เช่น  
 
  • ขณะทำงาน ควรสวมถุงมือยางชนิดหนาและทนทาน สวมหน้ากากปิดปากและจมูกใส่ชุดกันเปื้อน
  • ระวังอย่าให้เข็มฉีดยาหรือเจาะเลือดทิ่มตำ   
  • ล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ภายหลังการสัมผัสถูก น้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ สารคัดหลั่งจากอวัยวะสืบพันธุ์ เลือด น้ำเหลือง มูลสัตว์ รกและลูกสัตว์ที่แท้ง          
                5. ถ้าถูกเข็มฉีดวัคซีนโรคนี้ทิ่มตำเข้าโดยบังเอิญ ควรรีบล้างแผลด้วยน้ำกับสบู่ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อทันที และควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ยาป้องกัน  แพทย์จะให้กินดอกซีไซคลีน 100 มก.วันละ 2 ครั้ง ร่วมกับไรแฟมพิซิน 600-900 มก.วันละ 1 ครั้ง นาน 21 วัน

                ถ้าวัคซีนบังเอิญเข้าตาควรรีบล้างออก และควรกินยาป้องกัน นาน 4-6 สัปดาห์

                6. หลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ที่ไม่ได้ปรุงให้สุก และนมหรือผลิตภัณฑ์จากนมที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีใน การฆ่าเชื้อ (พาสเจอร์ไรซ์) การต้ม หรือการทำให้สุกด้วย ความร้อนวิธีอื่น ๆ

                7. เมื่อมีผู้ป่วยเกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องแยกผู้ป่วยแต่ต้องระวังอย่าสัมผัสถูกหนองและน้ำเหลืองของผู้ป่วย หนองและเลือดของผู้ป่วยที่ติดตามเสื้อผ้าหรือบริเวณ ต่างๆ ต้องผ่านการทำลายเชื้อ
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินอาหาร

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient