Symptoms & Disease

ทางเดินอาหาร

เลือกดูโรคอื่นๆ

อาหารเป็นพิษจากเชื้อโรค

อาหารเป็นพิษจากเชื้อโรค
 
                   เชื้อโรคหลายชนิดสามารถปล่อยพิษ (toxin) ออกมาปนเปื้อนอยู่ในอาหาร เมื่อผู้ป่วยกินพิษเข้าไปก็ทำให้เกิดอาการได้ บางชนิดจะปล่อยพิษหลังจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอาหารเข้าไปแบ่งตัวเจริญเติบโตในทางเดินอาหารแล้วผลิตพิษออกมาทำให้เกิดอาการ 
 
สาเหตุ   
                                                                      

                เชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ นอกจากไวรัส พยาธิไกอาร์เดีย อหิวาต์  ชิเกลลา และอะมีบา แล้ว ยังอาจเกิดจากเชื้อ แบคทีเรียอีกหลายชนิด เช่น
              
                1. สแตฟีโลค็อกคัสออเรียส (Staphylococcusaureus) ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองฝีตามผิวหนังอาจปนเปื้อนอยู่ในอาหารพวกเนื้อสัตว์ ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ขนมปัง เชื้อจะปล่อยพิษ (ซึ่งทนต่อความร้อน) ออกมาปนเปื้อนในอาหาร ผู้ที่กินอาหารเหล่านี้ ไม่ว่าจะปรุงให้สุกหรือไม่ก็ตาม ก็จะเกิดอาการอาหารเป็นพิษ โดยมีอาการอาเจียนเป็นอาการเด่น ร่วมกับปวดท้อง ท้องเดิน ไม่มีไข้ ระยะฟักตัว1–8 ชั่วโมง มักจะหายได้เองภายใน 24–48 ชั่วโมง หลังอาการ

               2. บาซิลสัสซีเรียส (Bacillus cereus) เชื้อนี้ปล่อยพิษในอาหารและผลิตพิษหลังจากเข้าไปแบ่งตัวในลำไส้แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ชนิดหนึ่งปล่อยพิษ (ที่ทนต่อความร้อน) ทำให้เกิดอาการอาเจียนเป็นอาการเด่น พบปนเปื้อนในข้าว (ผู้ป่วยมีประวัติกินข้าวผัดเก่าที่นำมาอุ่นใหม่) ระยะฟักตัว1–8 ชั่วโมง

                อีกชนิดหนึ่งปล่อยพิษ ทำให้เกิดอาการท้องเดินเป็นอาการเด่น  พบปนเปื้อนในเนื้อสัตว์ ระยะฟักตัว 8–16 ชั่วโมง

                ผู้ป่วยจะไม่มีไข้และมักจะหายได้เองภายใน 12 ชั่วโมงหลังมีอาการ

               3. คลอสตริเดียมเพอร์ฟรินเจน (Clostridiumperfringens) เชื้อนี้ปล่อยพิษในอาหารและผลิตพิษหลังจากเข้าไปแบ่งตัวในลำไส้  พบปนเปื้อนในเนื้อสัตว์และเป็ดไก่ ทำให้เกิดอาการปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำ (ไม่ค่อยมีอาการอาเจียน) ไม่มีไข้ ระยะฟักตัว 8–16 ชั่วโมง มักจะหายได้เองภายใน 24 ชั่วโมง

               4. อีโคไล (enterotoxic E.coli) พบปนเปื้อนในน้ำ เนื้อสัตว์ นม เนยแข็ง สลัด เชื้อจะเข้าไปแบ่งตัวใน ลำไส้แล้วผลิตพิษออกมา
 ทำให้เกิดอาการถ่ายเป็นน้ำเป็นอาการเด่น ร่วมกับปวดท้อง อาเจียน ไม่มีไข้ ระยะฟักตัว 8–18 ชั่วโมง มักจะหายได้เองภายใน 1–2 วัน 
                         
               5. ซัลโมเนลลา  (Salmonella)  เป็นแบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งที่อยู่ในตระกูลเดียวกับเชื้อไทฟอยด์  แต่มักไม่ทำให้เกิดอาการทั่วร่าง
กายแบบไทฟอยด์  พบปนเปื้อนในเนื้อวัว เป็ด ไก่ ไข่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผักและผลไม้ เชื้อจะเข้าไปแบ่งตัวในลำไส้แล้วผลิตพิษออกมา ทำให้มีอาการท้องเดิน มีไข้ต่ำๆ บางครั้งมีมูกเลือดปน ระยะฟักตัว 8–48 ชั่วโมง มักจะหายได้เองภายใน 2-5 วัน บางรายอาจเรื้อรังถึง 10-14 วัน

               6. วิบริโอพาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahemolyticus) เป็นเชื้อสายพันธุ์หนึ่งในตระกูลเดียวกับอหิวาต์ อาศัยอยู่ในแพงตอนและปนเปื้อนมากับอาหารทะเล (หอยนางรม หอยแมลงภู่ กุ้ง ปู) ซึ่งเมื่อผู้ป่วยกินอาหารทะเลแบบดิบๆ เชื้อก็จะแบ่งตัวในลำไส้และผลิตพิษออกมา ทำให้เกิดอาการท้องเดิน อาเจียน อาจมีไข้ร่วมด้วย บางรายอาจมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือดในเวลาต่อมา ระยะฟักตัว 8–24 ชั่วโมง (อาจนานถึง 96 ชั่วโมง) มักจะหายได้เองภายใน 3 – 5 วัน

               7. แคมไพโลแบกเตอร์เจจูไน (Campylobacterjejuni) พบปนเปื้อนในน้ำ เนื้อสัตว์ เป็ดไก่ เชื้อจะเข้าไปแบ่งตัวในลำไส้เล็กและรุกล้ำเข้าไปในเยื่อบุลำไส้แล้วปล่อยพิษ ทำให้ลำไส้เล็กอักเสบ มีอาการไข้ ถ่ายเป็นน้ำ มีกลิ่นเหม็น และอาจถ่ายเป็นเลือดในเวลาต่อมาระยะฟักตัว 3 - 5 วัน มักหายได้เองภายใน 5 -8 วัน           
 

 
 
 
อาการ
                                                                     
              อาหารเป็นพิษจากเชื้อโรคต่างๆ จะมีอาการคล้ายๆ กัน คือ ปวดท้อง  ลักษณะปวดบิดเป็นพัก ๆ อาเจียนและถ่ายเป็นน้ำ ซึ่งจะเกิดขึ้นฉับพลันทันทีหลังกินอาหาร หรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อหรือพิษที่เชื้อปล่อยทิ้งไว้ โดยมีระยะฟักตัวของโรค และอาการที่มีลักษณะเฉพาะ (โดดเด่น) ขึ้นกับเชื้อแต่ละชนิด (ดู”สาเหตุ” ประกอบ) เช่น ถ้ามีอาการอาเจียนมาก ไม่มีไข้ และระยะฟักตัว 1-8 ชั่วโมง ก็อาจเกิดจากสแตฟีโลค็อกคัส หรือบาซิลลัสซีเรียส

                ถ้ามีไข้ร่วมด้วย และเป็นหลังจากกินอาหารทะเลดิบๆ ก็อาจเกิดจากวิบริโอดาราฮีโมไลติคัส แต่ถ้าเป็นหลังจากกินเนื้อสัตว์หรือเป็ดไก่
ก็อาจเกิดจากซัลโมเนลลา (ระยะฟักตัว 8 – 48 ชั่วโมง) หรือเคมไพโลแบกเตอร์ เจจูไน (ระยะฟักตัว 3 - 5 วัน)

                ถ้ามีอาการถ่ายเป็นมูกเลือด หรือถ่ายเป็นเลือดตามมา ก็อาจเกิดจากวิบริโอพาราฮีโมไลติคัส (ระยะฟักตัว 8 – 24 ชั่วโมง เป็นหลังกินอาหารทะเล) หรือแคมไพโลแบกเตอร์เจจูไน เป็นต้น

                โดยทั่วไป ถ้าเป็นไม่รุนแรง อาการต่างๆ มักจะหายได้เองภายใน 24–48 ชั่วโมง บางชนิดก็อาจนานถึงสัปดาห์
 
  1. ถ้าอาการไม่รุนแรง ให้การรักษาแบบอาการท้องเดินทั่วไป และให้ยาลดไข้ถ้ามีไข้ ซึ่งก็มักจะหายได้เอง

  2.ถ้ามีอาการถ่ายท้องหรืออาเจียนรุนแรง หรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ และควรส่งอุจจาระตรวจหาเชื้อ
การรักษา

              1. ถ้าอาการไม่รุนแรง ให้การรักษาแบบอาการท้องเดินทั่วไป และให้ยาลดไข้ถ้ามีไข้ ซึ่งก็มักจะหายได้เอง

              2.ถ้ามีอาการถ่ายท้องหรืออาเจียนรุนแรง หรือมีภาวะขาดน้ำรุนแรง ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ และควรส่งอุจจาระตรวจหาเชื้อ

              3.ในรายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น เอดส์ ตับแข็ง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ เป็นต้น ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีไข้ ถ่ายเป็นมูกเลือดหรือถ่ายเป็นเลือดร่วมด้วย หรือสงสัยติดเชื้อซัลโมเนลลา หรือวิบริโอพารา
ฮีโมไลติคัส

             4.วิบริโอพาราฮีโมไลติคัส แคมไพโลแบกเตอร์เจจูไนอหิวาต บิดชิเกลลา โดยให้นอร์ฟล็อกซาซิน ครั้งละ 400 มก.หรือโอฟล็อกซาซิน ครั้งละ 300 มก.หรือไซโพรฟล็อกซาซิน ครั้งละ 500 มก.วันละ 2 ครั้ง นาน 3 วัน ซึ่งสามารถครอบคลุมเชื้อดังกล่าวได้ทั้งหมด  
                                                                
                     สำหรับหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ควรใช้ยากลุ่มดังกล่าว ควรหันไปใช้โคไตรม็อกซาโซลหรืออีริโทรไมซิน หรือกลุ่มเซฟาโลสปอริน ให้เหมาะกับเชื้อแต่ละชนิดแทน
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินอาหาร

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient