Symptoms & Disease

ทางเดินอาหาร

เลือกดูโรคอื่นๆ

บิดชิเกลลา (Shigellosis/Bacillary dysentery)

บิดชิเกลลา (Shigellosis/Bacillary dysentery)
 
                บิดซิเกลลา (บิดไม่มีตัว) พบในคนทุกวัย ส่วนใหญ่พบในเด็กอายุ 1-5 ปี มักพบในถิ่นที่การสุขาภิบาลยังไม่ดีหรืออยู่กันอย่างแออัด

                การติดเชื้อพบได้บ่อยในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานพักฟื้นของผู้สูงอายะ หรือผู้ป่วยทางจิตเวช

                บางครั้งอาจเกิดการระบาดตามหมู่บ้าน โรงเรียนโรงงาน ค่ายทหาร และมักพบมากในช่วงฤดูร้อนต่อฤดูฝน

                ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการแสดง แต่เป็นพาหะแพร่เชื้อให้ผู้อื่น ส่วนใหญ่เชื้อจะอยู่ในพาหะเพียงช่วงสั้นๆ มักถูกขับออกหมดภายใน  4 เดือน (แต่บางราย เชื้ออาจอยู่นานถึงหลายปีก็ได้)

                ส่วนผู้ป่วยที่แสดงอาการ ส่วนใหญ่อาการมักไม่รุนแรงและหายได้เองโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ส่วนน้อยอาจเป็นรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำรุนแรงถึงเสียชีวิตได้
 
สาเหตุ
 

                เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า ซิเกลลา (Shigella) ซึ่งมีอยู่หลายสายพันธุ์ ส่วนใหญ่ติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยผ่านทางการสัมผัสมือหรือสิ่งของที่เปื้อนเชื้อ หรือจากการกินอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อ (จากมือผู้ป่วยที่ไม่ได้ล้างให้สะอาดหรือแมลงวันตอม)
                นอกจากนี้  ยังสามารถติดต่อโดยทางเพศสัมพันธ์ที่มีโอกาสติดเชื้อจากบริเวณทวารหนัก (ซึ่งพบในหมู่ชายรักร่วมเพศ)

                เชื้อชิเกลลาจะเข้าไปในเยื่อบุลำไส้ใหญ่ ทำให้ลำไส้ใหญ่อักเสบ เกิดอาการท้องเดิน ถ่ายเป็นมูกเลือด

                ระยะฟักตัว 1-7 วัน (ส่วนใหญ่ 24 – 48 ชั่วโมง
 
 
อาการ

                ผู้ป่วยมักมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวซึ่งเกิดขึ้นฉับพลัน ร่วมกับอาการปวดบิดในท้อง คลื่นไส้ อาเจียน และถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง ถ้าถ่ายรุนแรงอาจทำให้ อ่อนเพลียเพราะสูญเสียน้ำกับเกลือแร่ ต่อมอาการถ่ายเป็นน้ำทุเลาลง แต่จะปวดแบ่งที่กัน และถ่ายเป็นมูก (หนองสีขาว) หรือมีมูกปนเลือดแบบกะปริดกะปรอย วันละ 10-30 ครั้ง ไม่มีกลิ่นเหม็น

                ในเด็กเล็ก อาจมีไข้สูง ซึม และชักได้ อาการชักจะเป็นอยู่ไม่นาน และไม่มีอันตราย

                อาการไข้เป็นอยู่ 1-2 วันก็ทุเลาไปเอง ส่วนอาการถ่ายท้องจะค่อยๆ ห่างขึ้นภายใน 2-3 วัน และจะหายได้เองภายใน 5-7 วัน แต่บางรายอาจกลับเป็นซ้ำได้อีก

                ในรายที่เป็นเพียงเล็กน้อยจะมีอาการปวดท้องคลื่นไส้ อาเจียนเล็กน้อย ถ่ายเป็นน้ำหรือถ่ายเหลววันละ 3-5 ครั้ง อาจมีมูกปนแล้วทุเลาไปเองภายใน 3-5 วัน ส่วนใหญ่จะไม่ไข้หรือมีไข้ต่ำ
 
ข้อแนะนำ

               1. โรคนี้อาจพบระบาดได้เช่นเดียวกับอหิวาต์ โดยเฉพาะในช่วยฤดูร้อนถ้าพบการระบาดควรดำเนินการป้องกันและทำลายเชื้อเช่นเดียวกับอหิวาต์ 
 
               2. ผู้ป่วยควรหยุดเรียนหรือหยุดงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการเกี่ยวกับอาหาร (เช่น คนครัว บริการ เป็นต้น) ในร้านอาหาร  ภัตตาคาร โรงพยาบาล สถานพักฟื้น โรงเรียน หรือสถานรับเลี้ยงเด็ก จำเป็นต้องหยุดงานจนกว่าจะตรวจไม่พบเชื้อในอุจจาระ ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้แพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่น

               3. อาการไข้ ปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำ แล้วต่อมาถ่ายเป็นมูกเลือด อาจเกิดจากเชื้อวิบโอพาราฮีโมไลติคัสซึ่งพบในผู้ที่กินอาหารทะเล (เช่น หอยนางรม) แบบเดิบๆ 
การรักษา

               1. ให้ยาปฏิชีวนะ

                 ผู้ใหญ่ ให้โคไตรม็อกซาโซล วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 เม็ด เช้าและเย็น นอร์ฟล็อกซาซิน ครั้งละ 400 มก.วันละ
2 ครั้ง นาน 3 วัน

                  เด็ก ให้โดไตรม็อกซาโซลชนิดน้ำเชื่อม นาน 5 วัน

                2.ให้การรักษาตามอาการ เช่น ถ้ามีไข้ให้ยาลดไข้ ถ้าอ่อนเพลียหรือมีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยให้ดื่มผสมเอง หรือเตรียมจากผงน้ำตาลเกลือแร่ขององค์การเภสัชกรรม

                ส่วนยาแก้ท้องเดินไม่จำเป็นต้องให้

                ที่สำคัญห้ามให้ยาลดการเคลื่อนไหวของลำไส้เช่น โลเพอราไมด์ โลโมทิล (Lomotil) อะโทรพีน ทิงเจอร์ฝิ่นการบูร เป็นต้น เพราะอาจทำให้เชื้ออยู่ในลำไส้นานขึ้น ทำให้โรคหายช้าหรือลุกลามได้

               3. ถ้ามีภาวะขาดน้ำรุนแรงหรือช็อก ให้เกลือทางหลอดเลือดดำแล้วส่งโรงพยาบาลทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นในเด็กเล็กหรือผู้สงอายุ

               4. ในรายที่อาการไม่รุนแรง แต่ให้ยาปฏิชีวนะครบกำหนดแล้วไม่ดีขึ้น หรือต่อมามีอาการกำเริบใหม่  หรือเป็นๆ หาย ๆ เรื้อรังควรส่ง       โรงพยาบาลหรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อาจต้องตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น นำอุจจาระไปเพาะเชื้อ ใช้กล่องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนคดsigmoidoscopy) ถ้าเป็นโรคนี้จริงก็ให้การรักษาแบบเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว หรือเปลี่ยนไปใช้ยาปฏิชีวนะชนิดอื่น เช่น โอฟล็อกซาซิน ไซโพรฟล็อกซาซซิน อะซิโทรไมซิน (azithromycin) เซฟทริอะโซน (ceftriaxone) เป็นต้น

               5. ในรายที่มีอาการปวดท้องรุนแรง กดเจ็บรุนแรงหรือสงสัยมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โลหิตเป็นพิษ ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ  เป็นต้น ควรส่งโรงพยาบาลด่วน  มักต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล
 

 
การป้องกัน

                1. ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำสะอาด  ไม่ดื่มน้ำคลองหรือน้ำบ่อแบบดิบ ๆ ไม่กินน้ำแข็งที่เตรียมไม่สะอาด

                2. กินอาหารสุกและไม่มีแมลงวันตอม

                3. ล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ก่อนเตรียมอาหาร ก่อนเปิบข้าว  และหลังถ่ายอุจจาระหรือเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก

                4. ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ อย่าถ่ายลงคลอง หรือตามพื้นดิน

                5. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น การใช้ปากสัมผัสทวารหนักหรืออวัยวะเพศ
 
 
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินอาหาร

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient