Symptoms & Disease

ทางเดินอาหาร

เลือกดูโรคอื่นๆ

แผลปริที่ปากทวาร (Anal fissure)

แผลปริที่ปากทวาร (Anal fissure)

                แผลปริที่ปากทวาร  มีลักษณะเป็นแผลปริแยกในบริเวณผนังเยื่ออ่อน (เยื่อเมือก) ตรงปากทวารหนักกว่าร้อยละ 90 พบตรงแนวกึ่งกลางของผนังทวารด้านหลังเนื่องจากมีความอ่อนเปราะเพราะมีเลือดไปเลี้ยงน้อย

                ภาวะนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการเจ็บปวดขณะถ่ายอุจจาระในคนทั่วไป และถ่ายอุจจาระเป็นเลือดในทารกพบได้ในคนทุกวัย  แต่จะพบมากในวัยหนุ่มสาวโรคนี้มักหายได้เอง บางรายอาจเป็นเรื้อรัง แต่ไม่มีอันตรายร้ายแรง
 
สาเหตุ

                เกิดจากได้รับบาดเจ็บซ้ำ ๆ จากก้อนอุจจาระที่แข็ง หรือการขับเคลื่อนของลำไส้ใหญ่มักพบในผู้ที่มีอาการท้องผูก หรือถ่ายอุจจาระเป็นก้อนแข็งหรือก้อนโต บางครั้งอาจพบในผู้ที่มีอาการท้องเดินเรื้อรังหรือใช้ยาระบายเป็นประจำ
                นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการร่วมเพศทางทวารหนัก  หรือการใช้เครื่องมือส่องตรวจทวารหนัก
                แผลปริที่เกิดขึ้น ส่งแผลให้กล้ามเนื้อหูรูด (sphincter) เกิดอาการเกร็งตัว ทำให้หลอดเลือดหดตัวเลือดไปเลี้ยงบริเวณนี้ลดลงแผลหายช้า
 
อาการ
 
                มักจะมีอาการเจ็บปวดเหมือนมีอะไรบาดบริเวณทวารหนักขณะหรือหลังถ่ายอุจจาระ  อาการมักจะเป็นอยู่นานหลายนาทีหรือเป็นชั่วโมงๆ  และจะกำเริบทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระประมาณร้อยละ 70 ของผู้ป่วย (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทารก) จะมีเลือดออก มีลักษณะเป็นเลือดสดออกเป็นลายติดอยู่ที่บนส่วนผิวของอุจจาระหรือเปื้อนกระดาษชำระ ส่วนน้อยที่ออกเป็นหยดเลือด 2-3 หยด เลือดที่ออกจะมีเพียงเล็กน้อยและหยุดได้เองบางรายอาจมีอาการปวดมากจนกลัวการถ่ายอุจจาระ ทำให้มีอาการท้องผูกถ่ายยาก ซึ่งจะซ้ำเติมให้โรคกำเริบหรือเรื้อรัง บางรายมีอาการคันร่วมด้วย

                ส่วนใหญ่แผลมักจะหายได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์ ถ้าเป็นนานเกิน 6 สัปดาห์ ก็ถือว่าเป็นเรื้อรัง

                เมื่อหายแล้ว ผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงต่อการกำเริบซ้ำอีก
ข้อแนะนำ

                ผู้ป่วยควรระวังอย่าให้ท้องผูก ด้วยการกินอาหารที่มีกากใยสูง (ผัก ผลไม้) หรือสารเพิ่มกากใย ดื่มน้ำวันละ 10-12 แก้ว ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่าอั้นถ่ายเวลามีอาการปวดถ่ายอุจจาระ และหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้ท้องผูก
การรักษา

                1. ให้การดูแลรักษาดังนี้
  • ถ้ามีอาการท้องผูกให้ยาระบาย - อีแอลพี หรือสารเพิ่มกากใย)
  • นั่งชีน้ำอุ่นจัด ๆ หลังถ่ายอุจจาระทุกครั้งครั้งละ 10 -15 นาที จะช่วยให้กล้ามเนื้อทวารหนักคลายตัว ลดปวด และเพิ่มเลือดไปเลี้ยงแผลมากขึ้น ช่วยกระตุ้นให้แผลหายเร็วขึ้น
  • ทาแผลด้วยวาสลินช่วยให้หล่อลื่น หรือครีมสตีรอยด์ หรือขี้ผึ้งพร็อกโตซีดิล (Proctosedyl) หรือขี้ผึ้งเชอริพร็อกต์  (Scheriiproct) ซึ่งมีสตีรอยด์ผสมเพื่อลดการอักเสบ ทาเช้าและก่อนนอน และหลังถ่ายอุจจาระ
  • ถ้าปวดมากให้ยาแก้ปวด ควรหลีกเลี่ยงยาแก้ปวดที่เข้าสารฝิ่นหรืออนุพันธ์ของฝิ่น เพราะอาจทำให้ท้องผูก
                 2. ถ้าไม่ดีขึ้นใน 4 สัปดาห์ หรือพบรอยปริอยู่นอกแนวกึ่งกลางของผนังด้านหลังหรือด้านนอก (ซึ่งอาจมีสาเหตุอื่นๆ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอดส์มะเร็ง เป็นต้น) ควรส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ

               ในรายที่เป็นแผลปริปากทวารหนักแบบเรื้อรังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้การรักษาด้วยการฉีดสารโบทูลิน (มีชื่อการค้า เช่น Botox) เข้าไปในหูรูดชั้นใน (internal sphincter) เพื่อให้กล้ามเนื้อหูรูดคลายตัว ยานี้จะออกฤทธิ์นาน 3 เดือน ถ้าหลังรักษาด้วยวิธีนี้ 3 เดือนแล้วมีอาการกำเริบอีกก็อาจต้องผ่าตัดแก้ไข ซึ่งมักจะได้ผลดีส่วนใหญ่มักจะหายขาด ประมาณร้อยละ 10–20 อาจกลับเป็นซ้ำ

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินอาหาร

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient