Symptoms & Disease

ประสาทและสมอง

เลือกดูโรคอื่นๆ

เวียนศีรษะ (Dizziness) บ้านหมุน (Vertigo)

เวียนศีรษะ (Dizziness) บ้านหมุน (Vertigo)
 
                เวียนศีรษะ (Dizziness) หมายถึง อาการวิงเวียนศีรษะตื้อๆ หรือโหวงๆ รู้สึกโคลงแคลง หน้ามืดตาลาย คล้ายเป็นลม หรือรู้สึกว่าบ้านหมุน หรือสิ่งรอบข้างหมุน (vertigo) ซึ่งมักมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย อาการบ้านหมุนอาจเป็นเพียงช่วงสั้นๆ (นานเป็นวินาทีหรือนาที) หรืออาจต่อเนื่องเป็นชั่วโมงๆ วันๆ หรือสัปดาห์

                อาการเหล่านี้นับว่าพบได้บ่อยในคนทุกวัย แต่จะพบมากในผู้สูงอายุอาจมีสาเหตุได้มากมาและมีความรุนแรงตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงมาก
 
สาเหตุ

                การเคลื่อนไหวและการทรงตัวของร่างกายคนเราจะสสมดุลเป็นปกติได้ ต้องอาศัยการทำหน้าที่เป็นปกติและประสาทงานได้ดีของตาประสาทการรับรู้ที่ผิวหนังกล้ามเนื้อและข้อ หูชั้นในและสมอง ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งเกิดความบกพร่องขาดการประสานสอดคล้องกัน ก็จะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ/บ้านหมุนได้ ซึ่งสามารถ แบ่งอาการออกเป็น 4 กลุ่มย่อย ซึ่งมีภาวะหรือโรคที่เป็นสาเหตุต่างๆ กัน ดังนี้

                1.บ้านหมุน (vertigo) มักเกิดบ้านหมุนจากการเปลี่ยนท่า เมารถเมาเรือ (motion sickness),ไมเกรน 

                สาเหตุอื่นที่อาจพบได้ เช่น หูชั้นในอักเสบเฉียบพลัน เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ โรคเมเนียส์ เนื้องอกประสาทหู เนื้องอกสมอง 
โรคหลอดเลือดสมอง ศีรษะได้รับบาดเจ็บ กระดูกคอเสื่อม สาเหตุจากยาหรือแอลกอฮอล์ เป็นต้น

                2.หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม (near syncope/presyncope) มักเกิดจากความดันตกในท่ายืน ภาวะซีดจากสาเหตุต่าง ๆ
 ร่างกายอ่อนเพลีย นอนไม่พอ หิวข้าวหรืออยู่ในที่แออัด ตั้งครรภ์ ภาวะขาดน้ำ การลุกขึ้นเร็วๆ

                สาเหตุอื่นที่อาจพบได้ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ ลิ้นหัวใจพิการ ภาวะตกเลือด ผลข้างเคียงจากยา สูบบุหรี่ ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นต้น

                3.โคลงเคลง คล้ายทรงตัวไม่มั่นคง (disequilibrium) มักเกิดจากผลข้างเคียงของยา เช่น ยารักษา โรคลมชัก ยานอนหลับ
 ยากล่อมประสาท

                สาเหตุที่อาจพบได้ เช่น โรคเกี่ยวกับสมองน้อย (cerebellar disease) เนื้องอกสมอง ความผิดปกติของหูชั้นใน โรคพาร์กินสัน 
ปลายประสาทอักเสบ  

                นอกจากนี้ ในผู้สูงอายุยังอาจเกิดจากภาวะสูญเสียการทรงตัวในผู้สูงอายุ (disequilibrium of aging) เนื่องจากความเสื่อมของอวัยวะที่เกี่ยวกับการทรงตัว เช่น สายตามัวหรือเลือนราง (จากต้อกระจกต้อหิน) หูชั้นในและเซลล์ประสาทหูเสื่อม เซลล์สมองเสื่อม ปลายประสาทเสื่อม ข้อเสื่อม และกล้ามเนื้ออ่อนแรง เป็นต้น ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะรู้สึกเป็นปกติดีขณะอยู่ในท่านอน นั่ง หรือยืนอยู่เฉยๆ แต่เมื่อออกเดิน (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาหันตัวกลับ) รู้สึกโคลงเคลง เดินเซ หรือหกล้มได้ อาการจะเป็นมากถ้าเดินบนทางที่ไม่คุ้นเคยทางขรุขระ หรือในที่สลัวๆ 

               4.ศีรษะตื้อหรือโหวง (light headedness) มักเกิดจากโรคทางจิตประสาทได้แก่ โรคกังวล โรคซึมเศร้า กลุ่มอาการระบายลม หายใจเกิน 
 
 สาเหตุของอาการเวียนศีรษะที่พบได้บ่อยประการหนึ่งก็คือ อาการหน้ามืดเวลาลุกขึ้นยืน ซึ่งมักเกิดจากร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า นอนไม่พอ หรือเครียด และบางครั้งก็อาจบังเอิญตรวจพบว่ามีความดันช่วงบน ค่อนข้างต่ำ (เช่น 90-110 มม.ปรอท) แพทย์อาจบอก ผู้ป่วยว่าเป็นความดันต่ำ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวลได้ ถ้าหากมีการตรวจวัดความดันในท่ายืนเทียบกับท่านอน แล้วไม่พบว่าเป็นความดันตกในท่ายืน ภาวะนี้ก็ไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด และไม่จำเป็นต้องให้ยารักษาเพียงแต่หาทางนอนหลับพักผ่อน ผ่อนคลายความเครียด  และหมั่นออกกำลังกาย  อาการก็จะลุเลาไปได้เอง โดยทีความดันโลหิตก็ยังมีค่าใกล้เคียงกับของเดิม ภาวะ“ความดันต่ำ”ในลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นโรค และยังอาจมีอายุ ยืนยาวกว่าผู้ที่มีค่าความดันที่สูงกว่า
ข้อแนะนำ

                1. อาการเวียนศีรษะ/บ้านหมุน แม้ว่าส่วนใหญ่มักเกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง แต่ก็ควรซักประวัติ (รวมทั้งประวัติการใช้ยา)และตรวจร่างกายให้ละเอียด (โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบประสาทและสมอง หัวใจ การวัดความดันโลหิตในท่านอนและท่ายืน) เพื่อค้นหาสาเหตุที่ร้ายแรงซึ่งจะได้ให้การรักษาแต่เนิ่นๆ

                2. สาเหตุของอาการเวียนศีรษะที่พบได้บ่อยประการหนึ่งก็คือ อาการหน้ามืดเวลาลุกขึ้นยืน ซึ่งมักเกิดจากร่างกายอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า นอนไม่พอ หรือเครียด และบางครั้งก็อาจบังเอิญตรวจพบว่ามีความดันช่วงบน ค่อนข้างต่ำ (เช่น 90-110 มม.ปรอท) แพทย์อาจบอก ผู้ป่วยว่าเป็นความดันต่ำ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกวิตกกังวลได้ ถ้าหากมีการตรวจวัดความดันในท่ายืนเทียบกับท่านอน แล้วไม่พบว่าเป็นความดันตกในท่ายืน ภาวะนี้ก็ไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด และไม่จำเป็นต้องให้ยารักษาเพียงแต่หาทางนอนหลับพักผ่อน ผ่อนคลายความเครียด  และหมั่นออกกำลังกาย  อาการก็จะลุเลาไปได้เอง โดยทีความดันโลหิตก็ยังมีค่าใกล้เคียงกับของเดิม ภาวะ“ความดันต่ำ”ในลักษณะนี้ไม่ถือว่าเป็นโรค และยังอาจมีอายุ ยืนยาวกว่าผู้ที่มีค่าความดันที่สูงกว่า

               3. สำหรับภาวะสูญเสียการทรงตัวในผู้สูงอายุ  แพทย์อาจตรวจหาภาวะหรือโรคที่เป็นสาเหตุ ซึ่งมักมีมากกว่า 1 อย่างเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ข้อเข่า เสื่อม ต้อกระจก เป็นต้น แล้วให้การแก้ไขควบคุม ในกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขอาการโคลงเคลงได้ ผู้ป่วยควรยอมรับ และหาทางปรับตัว ควรใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดินเพื่อป้องกันไม่ให้หกล้ม รวมทั้งปรับสภาพแวดล้อม ให้ปลอดภัย เช่น ปรับพื้นให้เรียบร้อยให้มีแสงสว่าง  เป็นต้น
 
การรักษา

              1. ควรส่งโรงพยาบาลด่วน ถ้าสงสัยเกิดจากภาวะฉุกเฉิน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะช็อก โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย ภาวะตกเลือดรุนแรง เป็นต้น

              2. ควรส่งโรงพยาบาลหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจหาสาเหตุเมื่อมีอาการข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
  • อาเจียนมากจนเกินไม่ได้หรือเกิดภาวะขาดน้ำ
  • ใบหน้าชา หรือเป็นอัมพาตซีกหนึ่ง
  • เดินเซ  ซึม ชัก คอแข็ง หรือรูม่านตา 2 ข้างไม่เท่ากัน
  • มีอาการปวดเสียวหรือชาลงแขนข้างหนึ่ง
  • ปวดแน่นลิ้นปี่ และร้าวไปที่ขากรรไกร  คอหรือแขน  
  • ชีพจรเต้นช้า  หรือเร็วกว่าปกติ หรือเต้นไม่สม่ำเสมอ
  • ฟังหัวใจมีเสียงฟู่ (murmur)
  • มีอาการนานเกิน 1 สัปดาห์ หรือเป็นๆ หายๆ บ่อย
              3. ไม่มีภาวะหรืออาการดังในข้อ 1 และ 2 ให้การรักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ เช่น บ้านหมุนจากการเปลี่ยนท่า ไมเกรน เมารถเมาเรือ ความดันตกในท่ายืน น้ำตาลในเลือดต่ำ โลหิตจางจากภาวะขาดธาตุเหล็ก ตั้งครรภ์ โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า เป็นต้น

              4. ถ้าไม่พบสาเหตุชัดเจน และมีอาการเวียนศีรษะหรือบ้านหมุนเพียงเล็กน้อย ให้การรักษาตามอาการ ดังนี้
  • ขณะมีอาการบ้านหมุน ให้ผู้ป่วยนั่งอยู่ในท่าคอตรงๆ อย่าเคลื่อนไหวศีรษะไปในทิศทางที่ทำให้เกิดอาการ
  • ขณะมีอาการหน้ามืดจะเป็นลม ให้รีบนั่งหรือนอนลง เวลาลุกขึ้นให้ลุกขึ้นนั่งหรือยืนอย่างช้าๆ
  • ขณะมีอาการโคลงเคลงให้ผู้ป่วยใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน หรือมีที่เกาะเดิน
  • ถ้ามีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้ไดเมนไฮดริเนต  กินหรือฉีด
  • ถ้าเครียดหรือนอนไม่หลับให้ไดอะซีแพม   
  • แนะนำให้ผู้ป่วยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอดื่มน้ำมากๆ อย่าปล่อยให้หิว งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ และเมื่ออาการทุเลาแล้ว ให้หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ โดยค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย
              5. สำหรับผู้ป่วยที่ส่งต่อไปโรงพยาบาล แพทย์จะทำการตรวจหาสาเหตุ อาจต้องทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น การทดสอบการได้ยิน (audiometru) ในรายที่มีอาการหูตึงหรือมีเสียงดังในหู การทดสอบดิกซ์ฮอลล์ไฟก์ในรายที่มีอาการ บ้านหมุน การตรวจเลือด (ดูภาวะซีด ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด) การตรวจคลื่นหัวใจ (ดูความผิดปกติของหัวใจ) การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ในรายที่สงสัยมีความผิดปกติของสมอง เป็นต้น แล้วให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ

                   สำหรับผู้ที่มีอาการเวียนศีรษะรุนแรง อาจต้องรับตัวไปรักษาในโรงพยาบาล หรือนอนพักจนกว่าจะทุเลาและควรหลีกเลี่ยงการขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร จนกว่าจะหายดี
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ประสาทและสมอง

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient