Symptoms & Disease

ไหลเวียนโลหิต และหลอดเลือดหัวใจ

เลือกดูโรคอื่นๆ

โลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (Aplastic anemia)

โลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (Aplastic anemia)
               
               ไขกระดูก (bone marrow) อยู่ในโพรงกระดูก ทั่วร่างกายมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ เม็ด เลือดแดง (red blood cells) เม็ดเลือดขาว (white blood cells) และเกล็ดเลือด (platelets)

                ในคนบางคนอาจเกิดภาวะผิดปกติของไขกระดูก เป็นเหตุให้ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดได้น้อยลง หรือไม่ได้เลยทั้ง 3 ชนิด เกิดภาวะ โลหิตจาง (เพราะขาดเม็ดเลือดแดง) ติดเชื้อง่าย (เพราะขาดเม็ดเลือดขาว) และเลือดออกง่าย (เพราะขาดเกล็ดเลือด) เรียกว่า โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ หรือโรคโลหิตจางอะพลาสติก

              โรคนี้ในบ้านเราพบได้ไม่น้อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ถือว่าเป็นภาวะที่มีอันตรายร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้
 
สาเหตุ

                ประมาณกว่าครึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ส่วนที่พบมีสาเหตุแน่ชัดอาจเกิดจากพิษของยา หรือสารเคมี ยาที่สำคัญได้แก่ คลอแรมเฟนิคอล เฟนิลบิวตาโซน ซัลฟา เฟนิโททิน คาร์บามาซีพีน เอซีที (AZT) เป็นต้น

                นอกจากนี้อาจเกิดจากยาฆ่าแมลง สารเคมีที่มีสูตรเบนซิน (เช่น สีทาบ้าน น้ำยาลบสี น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด) ทินเนอร์ รังสีชนิด ต่าง ๆ รังสีบำบัด เคมีบำบัด
อาการ

                ส่วนใหญ่จะค่อยเป็นค่อยไป โดยมีอาการซีด  อ่อนเลีย มีจุดแดงพรายย้ำขึ้นตามตัว หรือมีเลือดออกจาก ที่ต่าง ๆ เช่น เลือดกำเดา
เลือดออกตามไรฟัน อาเจียน เป็นเลือด ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะเป็นเลือด เลือดออกในตา เลือดออกในสมอง  เป็นต้น

                นอกจากนี้ยังพบมีอาการของโรคติดเชื้อร่วมด้วย ทำให้มีไข้เรื้อรังร่วมกับการติดเชื้อของอวัยวะต่าง ๆ
 
                ผู้ป่วยจะไม่มีอาการตับ ม้าม หรือต่อมน้ำเหลืองโต (ถ้าโตอาจเป็นอาการของมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือมีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย)

                ผู้ป่วยอาจตายเพราะการตกเลือด หรือการติดเชื้อรุนแรงจนกลายเป็นโลหิตเป็นพิษ  
 
ข้อแนะนำ

                1.ไม่ควรใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ และควรหลีกเลี่ยงยาและสารเคมีที่เป็นสาเหตุของโรคนี้

                2.โรคนี้มีทางรักษาให้หายได้ ควรให้กำลังใจแก่ผู้ป่วยให้มีความอดทนในการติดต่อรักษากับแพทย์อย่าได้ขาด
 
การรักษา

                หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมง 

                มักจะวินิจฉัยโดยการตรวจเลือดซึ่งจะพบว่า มี จำนวนเม็ดเลือดแดงน้อย เม็ดเลือดขาวต่ำ ซึ่งอาจต่ำกว่า 2‚000 ตัว/ลบ.มม.(ปกติ  5‚000 -10‚000 ตัว) และเกล็ดเลือดต่ำกว่า 30‚000  ตัว/ลบ.มม (ปกติ 200‚000-400‚000 ตัว) และทำการตรวจไขกระดูก ซึ่งจะพบว่าจำนวนเซลล์อ่อนของเม็ดเลือดเลือดทุกชนิดลดลงมาก พบเป็นไขมันและเยื่อพังผืดกระจายอยู่แทน

                การรักษา  ถ้าเป็นชนิดเล็กน้อย ให้เลือดและเกล็ดเลือด และยาปฏิชีวนะในรายที่มีโรคติดเชื้อแทรกซ้อน

                ในรายที่เป็นรุนแรง (มีเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 500 ตัว/ลบ.มม เกล็ดเลือดต่ำกว่า 20‚000 ตัว/ลบ.มม.) หากไม่ได้รักษา ประมาณร้อย
ละ 50 ของผู้ป่วยมักจะมีชิวิตอยู่ได้ประมาณ 3 เดือน และร้อยละ 20 อยู่ได้ 1 ปี

                สำหรับผู้ป่วยกลุ่มปลูกถ่ายไขกระดูก (bonemarrow  transplantation)

                ในรายที่มีอายุเกิน 50 ปี หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถปลูกถ่ายไขกระดูกได้ จะให้แอนติไทไม่ไซด์โกลบูลิน (antithymocyte   globulin/ATG ซึ่งเป็นสารภูมิต้านทานที่เตรียมจากน้ำเหลืองของม้า) ขนาดวันละ 40 มก./กก. นาน 4 วัน ร่วมกับเพร็ดนิโซโลนขนาดวันละ 1 – 2 มก./กก.แล้วค่อย ๆ ลดขนาดลง เพื่อป้องกันการแพ้ (serum sickness) บางรายอาจให้ไซโคลสปอรีน (cyclosporine) ซึ่งเป็นยากดภูมิคุ้มกัน(immunosuppressive) ชนิดหนึ่งร่วมด้วย โดยให้ขนาดครั้งละ 6 มก./กก.วันละ 2 ครั้ง นาน 6 เดือน  

                 นอกจากนี้ก็ให้การรักษาตามอาการ เช่น ให้เลือดถ้ามีเลือดออกมากหรือซีด ให้ยาปฏิชีวนะถ้ามีโรคติดเชื้อ

                 ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงยาหรือสารเคมีที่สงสัยว่าเป็นสาเหตุ

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ไหลเวียนโลหิต และหลอดเลือดหัวใจ

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient