Symptoms & Disease

กระดูกและกล้ามเนื้อ

เลือกดูโรคอื่นๆ

ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Musculotendinous strain)

ปวดกล้ามเนื้อหลัง (Musculotendinous strain)
 
                โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อย ที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเป็น ต้นไป

                เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เอง แต่อาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรังได้
 
สาเหตุ

                มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก เล่นกีฬา นั่ง ยืน นอนหรือยกของในท่าทีไม่ถูกต้อง ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลังส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง

                คนที่อ้วน หรือหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน
อาการ

                ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นฉับพลัน หรือค่อย เป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลาหรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ จาม หรือบิดตัวเอี้ยวตัวอาจ ทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น

                โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี และไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย
ข้อแนะนำ

               1.อาการปวดหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในหมู่ชาวไร่ชาวนา กรรมกรที่ทำงานหนัก และในหมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคไต โรคกษัย และซื้อยาชุดยาแก้กษัยหรือยาแก้โรคไต กินอย่างผิด ๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้ ดังนั้น จึงควรแนะนำชาวบ้านให้เข้าใจถึงสาเหตุของอาการปวดหลัง และควรใช้ยาเท่าที่จำเป็น

                โดยทั่วไป อาการปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อมักจะปวดตรงกลางหลัง (บริเวณกระเบนหนีบ) ส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้าง (มักเป็นเพียงข้างเดียว) และอาจมีไข้สูงหนาวสั่น หรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย

               2.ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง อย่าลืมถามอาการปวดร้าวลงมาที่ขา ถ้ามีอาจเป็นอาการปวดตามประสาท ไซแอติกเนื่องจากรากประสาทถูกกด

               3.ในผู้ที่มีอายุ 10-30 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ผู้ชาย หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังทุกวันนานเกิน 3 เดือน ควรคิดถึงโรคข้อสันหลังอักเสบเรื้อรังมากกว่าอาการปวดกล้ามเนื้อหลังหรือปวดยอกหลัง
การรักษา

              1.สังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ถ้าปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่นอนนุ่มไปหรือ นอนเตียงสปริง ก็แก้ไขโดยนอนที่แข็งและเรียบแทน
 
               ถ้าปวดหลังตอนเย็น ก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอตัวเอียง หรือใส่รองเท้าส้นสูง ก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยนเป็นรองเท้าธรรมดาแทน

               ถ้าอ้วนไป ควรพยายามลดน้ำหนัก

              2.ถ้ามีอาการปวดมาก ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก สักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่องหรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นจัด ๆ ประคบได้
 
                ถ้าไม่หาย ก็ให้ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด จะกินควบกับไดอะซีแพม ขนาด 2 มก.ด้วยก็ได้

                ถ้ายังไม่หาย อาจใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น เมโทคาร์บามอล คาริโซโพรดอล ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ทุก 6-8 ชั่วโมง

                ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็ง และหมั่นฝึกกาย บริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง

                 3.ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการปวดร้าวลงมาที่ขาหรือชาที่ขา ขาไม่มีแรง หรือน้ำหนักลด อาจเกิดจาก  สาเหตุอื่น ควรแนะนำผู้ป่วยไป โรงพยาบาล อาจต้อง เอกซเรย์และ/หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษา ตามสาเหตุที่พบ 

                ในกรณีที่มีอาการปวดหลังเรื้อรัง โดยตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจนอาจมีสาเหตุจากภาวะวิตกกังวล ความเครียดหรือซึมเศร้า ถ้าผู้ป่วยมีประวัติอาการทางด้านจิตใจ และอารมณ์ ก็ควรให้การรักษาภาวะเหล่านี้ด้วย 
  

การป้องกัน

                โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาอิริยาบถ (ท่านอน ท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ) ให้ถูกต้อง หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ บริหารร่างกายก่อนและ หลังเล่นกีฬา นอนบนเตียงที่แข็ง และควบคุมน้ำหนัก

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

กระดูกและกล้ามเนื้อ

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient