Symptoms & Disease

กระดูกและกล้ามเนื้อ

เลือกดูโรคอื่นๆ

ตะคริว (Muscle cramps)

ตะคริว (Muscle cramps)
               
                ตะคริว หมายถึง อาการเกร็งตัว ทำให้มีอาการปวด และเป็นก้อนแข็งของกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดขึ้นฉับพลันและ เป็นอยู่เพียงชั่วขณะก็ทุเลาไปได้เอง อาจเกิดที่กล้ามเนื้อส่วนใด ๆ ของร่างกายก็ได้ ที่พบได้บ่อย ได้แก่ กล้ามเนื้อน่องและต้นขา

                อาจมีอาการขณะออกกำลังกาย ขณะเดิน ขณะนั่งพักหรือนอพักก็ได้ บางรายอาจมีอาการตะคริวที่ขาขณะนอนหลับตอนกลางคืนจนสะดุ้งตื่น เรียกว่า ตะคริว ตอนกลางคืน (nocturnal leg cramps)

                บางรายอาจเป็นตะคริวขณะออกกำลังหรือทำงาน ในที่ที่อากาศร้อน เรียกว่า ตะคริวจากความร้อน (heat cramps)

                ตะคริวเป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก พบได้ในคนทุกวัย

                ส่วนตะคริวที่ขาตอนกลางคืนพบได้บ่อยในคนวัยกลางคนและวันสูงอายุ
 
สาเหตุ

                ส่วนใหญ่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน

                ส่วนน้อยที่ทราบสาเหตุ มักเกิดจาการใช้กล้ามเนื้อมากเกินหรือจนเมื่อยล้า การออกกำลังกายที่ใช้แรง หรือติดต่อกันนาน ๆ (เช่นวิ่งทางไกล ว่ายน้ำ เล่นกีฬา) การออกกำลังกายหรือทำงานในที่ที่อากาศร้อน ภาวะขาดน้ำ (จากท้องเดินหรืออาเจียน) การยืน นั่ง หรือทำงานอยู่ในท่าเดิมติดต่อกันนาน ๆ

                นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น
 
  • ภาวะเกลือแร่ (เช่น โซเดียม โพแทสเซียมแคลเซียม แมกนีเซียม) ในเลือดต่ำ
  • ภาวการณ์ตั้งครรภ์เนื่องจากระดับแคลเซียมในเลือดต่ำหรือการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาไม่สะดวก
  • ภาวะหลอดเลือดแดงส่วนปลายแข็ง (เช่น ผู้สูงผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่จัด) อาจเป็นตะคริวที่ขาได้บ่อยขณะออกกำลังหรือเดินไกลหรือเดินนาน หรือขณะที่อากาศเย็น ตอนดึกหรือเช้ามืดเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดไปที่ขาไม่ดี
  • รากประสาทถูกกด เช่น โรคโพรงกระดูกสัน หลังแคบ มักมีอาการตะคริวที่น่องขณะเดินไกล หรือเดินนาน
  • การใช้ยา ยาขับปัสสาวะ ไนเฟดิฟีน ซาลบูทามอล เทอร์บูทาลีน สตีรอยด์ ไซเมทิดีน  มอร์ฟีน เป็นต้น
  • พบร่วมกับโรคหรือภาวะอื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคพาร์กินสัน ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ โลหิตจาง ภาวะขาดไทรอยด์ ภาวะขาดพาราไทรอยด์ (hypoparathyroidism) ตับแข็ง ไตวาย  เป็นต้น
อาการ

                ผู้ป่วยรู้สึกกล้ามเนื้อสวนใดส่วนหนึ่ง (เช่น น่องหรือต้นขา) มีการแข็งตัวและปวดมาก เอามือคลำดูจะรู้สึกแข็งเป็นก้อน ถ้าพยายามขยับเขยื้อนกล้ามเนื้อส่วนนั้นจะทำให้ยิ่งแข็งตัวและปวดมากขึ้น การนวด และยืดกล้ามเนื้อส่วนนั้น จะช่วยให้ตะคริวหายเร็วขึ้น

                มักมีอาการเกิดขึ้นขณะออกกำลังกาย ขณะเดิน นั่งพัก หรือนอนพัก

                ถ้าเป็นขณะนอนหลับ ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดจนสะดุ้ง ตื่น

                โดยทั่วไปจะเป็นอยู่เพียงชั่วขณะ (นานไม่กี่วินาที ถึง 10 - 15 นาที) ก็หายได้เอง และไม่มีความผิดปกติ อื่น ๆ ร่วมด้วย เมื่อหายแล้วผู้ป่วยจะรู้สึกปกติทุกอย่าง

                ถ้าเป็นรุนแรง อาจมีอาการตะคริวติด ๆ กันหลายครั้ง หรือเคลื่อนไหวหรือเกร็งกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อยก็ กระตุ้นให้เกิดอาการขึ้นได้

               ผู้ที่เขียนหนังสือติดต่อกันนาน ๆ ก็อาจเกิดตะคริวที่นิ้วหรือมือ เรียกว่า ตะคริวนักเขียน (writer’s cramps หรือ graphospasm) ซึ่งก็อาจพบในช่างทาสี  หรือเกษตรกรที่ใช้มือจับหยิบอุปกรณ์ใช้งานนาน
เนื้อหาอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไข
 
การรักษา

               1.ขณะที่เป็นตะคริว ให้ทำการปฐมพยาบาล โดยใช้มือนวดกล้ามเนื้อที่เป็นตะคริว ประคบด้วยน้ำอุ่นจัด ๆ หรือยืดกล้ามเนื้อส่วนนั้นให้ตึง เช่น ถ้าเป็นตะคริวที่น่อง ให้เหยียดหัวเข่าตรงและดึงปลายเท้ากระดกเข้าหาหัวเข่าให้มากที่สุด ถ้าเป็นตะคริวที่ต้นขาให้เหยียดหัวเข่า  ตรงยกเท้าขึ้นให้พ้นจากเตียงเล็กน้อยและกระดกปลายเท้าลงล่าง (ไปทางด้านตรงข้ามกับหัวเข่า)

                2.ถ้าเป็นตะคริวขณะเข้านอนตอนกลางคืนบ่อย ๆ (เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ) ก่อนนอนควรดื่มนมให้มากขึ้นและยกขาสูง (ใช้หมอนรอง) จากเตียงประมาณ 10 ซม.(4 นิ้ว) ในหญิงตั้งครรภ์ อาจให้ยาเม็ดแคลเซียมแลกเทต กินวันละ 1-3 เม็ด

                         ในผู้ที่เป็นตะคริวตอนกลางคืนเป็นประจำโดยไม่ทราบ   สาเหตุชัดเจนควรให้กินไดเฟนไฮดรามีน ขนาด 50 มก.ก่อนนอนทุกคืน  อาจช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริวขณะเข้านอนได้
 
                 3.ถ้าเป็นตะคริวจากระดับโซเดียมในเลือดต่ำ (เช่น เกิดจากท้องเดิน อาเจียน ออกกำลังหรือทำงานในที่ที่อากาศร้อน เหงื่ออกมาก)
ควรให้ดื่มสารละลาย น้ำตาลเกลือแร่ ถ้าดื่มไม่ได้ ควรให้น้ำเกลือนอร์มัลทางหลอดเลือดดำ
 
                 4.ถ้ามีอาการมือเท้าจีบเกร็งพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง มักเกิดจากกลุ่มอาการระบายลมหายใจเกินก็ให้การรักษาตามสาเหตุ

                 5.ถ้าเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็น ขณะเดินนาน ๆ หรือขณะนอนหลับ ควรแนะนำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุ และให้การรักษาตามสาเหตุ (เช่น โรคหรือภาวะที่พบร่วม)

                     ในรายที่เป็นตะคริวตอนกลางคืนโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน  นอกจากไดเฟนไฮดรามีน  แล้วแพทย์อาจให้กินเวราพามิล (verapamil) 120 มก.ก่อนนอนทุกคืน
 
 
การป้องกัน
 
                  1.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือใช้กล้ามเนื้อมากเกิน

                  2.ป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว และควรดื่มน้ำให้เพียงพอก่อนออกกำลังกาย
      
                  3.ป้องกันการขาดโพแทสเซียม โดยการกินผลไม้ (เช่น กล้วย ส้ม) เป็นประจำ หรือในรายที่ใช้ยาขับปัสสาวะติดต่อกันนาน ๆ ควรเสริมด้วยยาโพแทสเซียมคลอไรด์

                  4.ดื่มน้ำผลไม้หรือสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ก่อน และระหว่างออกกำลังหรือทำงานในที่ที่อากาศร้อน หรือ มีเหงื่อออกมาก

                  5.ทำการบริหารยึดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกาย

                  6.ผู้ที่เป็นตะคริวตอนกลางคืน ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายตอนกลางคืน และก่อนนอนควรทำการบริหารยืดกล้ามเนื้อหรือขี่จักรายานนาน 2 - 3 นาที หรือ กินยาป้องกันตามคำแนะนำของแพทย์
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

กระดูกและกล้ามเนื้อ

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient