Symptoms & Disease

ประสาทและสมอง

เลือกดูโรคอื่นๆ

ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia) อัมพาตครั้งคราว (Periodic parplysis)

ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ (Hypokalemia)

อัมพาตครั้งคราว (Periodic parplysis)
                
             โพแทสเซียม (potassium) เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายรวมทั้งหัวใจและลำไส้ ถ้าหากร่างกายขาดโพแทสเซียม (มีระดับของโพแทสเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ) ก็จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลำไส้ไม่ทำงาน (ท้องอืด ท้องผูก) และหัวใจทำงานผิดปกติ (เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวัด หรือเต้นรัว)
  
สาเหตุ

             1.ที่พบได้บ่อย อาจเกิดจากการสูญเสียโพแทสเซียมขณะที่มีอาการท้องเดินหรืออาเจียนมาก หรือใช้ยาขับปัสสาวะนานๆ ทำให้ขับเอาโพแทสเซียมออกไปกับปัสสาวะมากเกินไป นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการกินน้อยไปหรืออดอาหารนานๆ

             2.ที่พบได้น้อยอาจพบภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำเป็นพักๆ ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัมพาตครั้งคราว (periodic paralysis) ซึ่งในบ้านเราแบ่งเป็น 3 ประเภท ที่พบได้บ่อย ได้แก่

                ก.อัมพาตครั้งคราวที่เกิดร่วมกับคอพอกเป็นพิษ พบมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 20 เท่า มักพบในคนอายุ 20-40 ปี

                ข.อัมพาตครั้งคราวชนิดไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic periodic paralysis) พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงและมักพบในคนอายุ 20-40 ปีเช่นเดี่ยวกัน

                ค.อัมพาตครั้งคราวที่พบร่วมกับโรคไตบางชนิด

                 นอกจากนี้ ยังอาจพบอัมพาตครั้งคราวที่เกิดจากกรรมพันธุ์ เรียกว่า อัมพาตครั้งคราวโดยกรรมพันธุ์ (familial periodic paralysis) ซึ่งพบได้น้อยกว่า 3 ประเภทดังกล่าว
อาการ

          1. ผู้ป่วยที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำ มักจะมีอาการอ่อนเพลีย ท้องอืด ท้องผูก ถ้าเป็นมากๆ อาจมีอาการแขนขาอ่อนแรงเดินไม่ได้

          2. ผู้ป่วยอัมพาตครั้งคราว มักมีอาการแขนขาอ่อนแรงขณะตื่นนอนตอนเช้า (ตอนเข้านอนในคืนก่อนเป็นยังปกติดี) ขยับเขยื้อนแขนขาไม่ได้ แต่ยังหายใจ พูดและกลืนได้ตามปกติ อาการอ่อนแรงจะเป็นอยู่ประมาณ 6-24 ชั่วโมง อาจนานถึง 3 วันหรือมากกว่า  อาการมักจะเกิดตามหลังการพักผ่อนภายหลังจากการออกกำลังมากเกินไป หรือหลังอาหารมื้อหนักโดยเฉพาะอาหารพวกแป้งและน้ำตาล
ข้อแนะนำ

               1. ผู้ป่วยที่กินยาขับปัสสาวะเป็นประจำ ควรกินกล้วยหรือส้ม ซึ่งมีโพแทสเซียมให้มากๆ ทุกวันเพื่อป้องกันมิให้ร่างกายขาดโพแทสเซียม หรือไม่อาจให้ยาที่มีเกลือแร่ชนิดนี้กินควบด้วยก็ได้

                2.ผู้ป่วยที่เคยเป็นโรคอัมพาตครั้งคราว แพทย์อาจสั่งให้กินเกลือโพแทสเซียมเป็นประจำ เพื่อป้องกันมิให้เกิดอาการซ้ำอีก ผู้ป่วยควรออกกำลังกายสม่ำเสมอแต่ห้ามหักโหม และควรลดอาหารพวกแป้งและน้ำตาล
การรักษา

            1.ถ้าอาการไม่รุนแรงและมีสาเหตุชัดเจน เช่น เกิดจากการกินยาขับปัสสาวะ ก็ให้กินเกลือโพแทสเซียมเช่น ยาน้ำมิสต์พอตซิต (Mist.Pot.Cit.) หรือยาน้ำโพแทสเซียมคลอไรด์ วันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละ 1ช้อนโต๊ะจนกว่าอาการจะดีขึ้น (ในรายที่กินยาขับปัสสาวะ ควรกินเกลือโพแทสเซียมเป็นประจำ)

            2.ถ้ามีอาการอัมพาตนานเกิน 24 ชั่วโมง หรือมีอาการหายใจลำบาก ควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลด่วน อาจต้องเจาะเลือดตรวจหาระดับโพแทสเซียม ถ้าพบว่าต่ำก็จะให้การรักษาด้วยการให้เกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ โดยผสมกับน้ำเกลือหยดเข้าทางหลอดเลือดดำช้าๆ 

            3.ในรายที่สงสัยเป็นโรคอัมพาตครั้งคราว ควรแนะนำไปตรวจหาสาเหตุที่โรงพยาบาล อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะเอกซเรย์ และให้ยารักษาตามสาเหตุที่ตรวจพบ

                ในรายที่มีสาเหตุจากคอพอกเป็นพิษ  ควรให้โพรพราโนลอล (propranolol) วันละ 60 มก.ทุกวัน เพื่อป้องกันมิให้เป็นอัมพาตอีก และเมื่อรักษาโรคคอพอก เป็นพิษให้หายดีแล้ว อาการอัมพาตก็จะไม่เกิดขึ้นอีก

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ประสาทและสมอง

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient