Symptoms & Disease

ทางเดินปัสสาวะ

เลือกดูโรคอื่นๆ

หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute glomerulonephritis/AGN)

หน่วยไต (glomerulus)
                เป็นหน่วยเล็กๆ ที่กระจายอยู่ในเนื้อไตทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำออกมาเป็นปัสสาวะ เมื่อมีการอักเสบเกิดขึ้นที่หน่วยไตทำให้ร่างกายขับปัสสาวะออกได้น้อย มีของเสียคั่งอยู่ในเลือดมากกว่าปกติ รวมทั้งมีเม็ดเลือดแดงและสารไข่ขาวรั่วออกมาในปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการบวมและปัสสาวะออกมาเป็นสีแดง

                หน่วยไตอักเสบ เป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก พบได้ในคนทุกวัย อาจเป็นเรื้อรังหรือมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

สาเหตุ
                โรคนี้มักเกิดตามหลังการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า บีตาฮีโมไลติกสเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ (beta-hemolytic streptococcus group A) เช่น ทอนซิลอักเสบ แผลพุพอง เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นลึกอักเสบ ไฟลามทุ่ง โดยภูมิคุ้มกันโรคที่เกิดขึ้น ไม่ปฏิกิริยาต่อหน่วยไต ทำให้หน่วยไตเกิดการอักเสบจัดว่าเป็นโรคภูมิต้านตนเองชนิดหนึ่ง เรียกว่า หน่วยไตอักเสบเฉียบพลันหลังติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส (poststreptococcal AGN) พบบ่อยในเด็กอายุ 5 - 10 ปี มักพบหลังติดเชื้อในคอ 1 - 2 สัปดาห์ และหลังติดเชื้อที่ผิวหนัง 3 – 4 สัปดาห์ อาจพบได้ประมาณร้อยละ 10-15 ของผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าวที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง

                นอกจากนี้ยังอาจเกิดร่วมกับโรคเอสแอลอี ซิฟิลิส การแพ้สารเคมี (เช่น ตะกั่ว) เป็นต้น
 
อาการ
                ผู้ป่วยจะสังเกตเห็นปัสสาวะออกมาเป็นสีแดงเหมือนน้ำล้างเนื้อหรือน้ำหมาก และจำนวนปัสสาวะมักออกน้อยกว่าปกติ

                อาจพบอาการบวมที่หน้า หนังตา เท้า และท้อง มักมีอาการปวดศีรษะ  มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน

                ถ้าเป็นรุนแรงอาจมีอาการปัสสาวะออกน้อย หอบเหนื่อย หรือชัก

สิ่งตรวจพบ
                ไข้ หน้าบวม หนังตาบวม เท้าบวมกดบุ๋ม อาจมีอาการท้องบวม ปัสสาวะขุ่นแดง  และตรวจพบสารไข่ขาว (albumin) ขนาด 1+ ถึง 3+ อาจมีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย

การตรวจปัจสาวะ

ภาวะแทรกซ้อน
                อาจมีความดันโลหิตสูงมากๆ จนเกิดอาการทางสมอง เช่น ชัก ไม่ค่อยรู้สักตัว

                บางรายอาจพบภาวะปอดบวมน้ำ (Pulmonary edema) ใช้เครื่องฟังปอดบวมมีเสียงกรอบแกรบ (crepitation) มีอาการหอบเหนื่อย

                อาจทำให้เกิดภาวะไตวาย ซึ่งร้ายแรงถึงตายได้ อาจจำเป็นต้องทาการล้างไต (dialysis)
 
ข้อแนะนำ
                1.  โรคนี้ส่วนใหญ่ (ประมารร้อยละ 95) จะหายได้ อาการทั่วไปจะดีขึ้นภายใน 2 - 3 สัปดาห์ แต่ควรตรวจปัสสาวะบ่อยๆ ต่อไปอีกหลายเดือน ประมาณร้อยละ 2 อาจกลายเป็นเรื้อรัง และร้อยละ 2 อาจตายระหว่างที่มีอาการ ดังนั้นจึงควรแนะนำให้ผู้ป่วยรักษากับแพทย์อย่างจริงจัง

                2.  บางรายแม้ว่าอาการจะหายดีแล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้น อาจกลายเป็นความดันโลหิตสูงหรือภาวะไตวายได้ ดังนั้น จึงควรหมั่นตรวจวัดความดันโลหิต และระดับครีอะตินีนในเลือดเป็นครั้งคราว
 
การรักษา
                1.  หากสงสัยควรส่งโรงพยาบาล มักจะวินิจฉัยโดยการตรวจปัสสาวะซึ่งจะพบเม็ดเลือดแดงเกาะกันเป็นแพ (red blood cell cast) และพบเม็ดเลือดขาวอยู่กันเดี่ยวๆ หรือเกาะกันเป็นแพ

                การตรวจเลือดอาจพบความผิดปกติต่างๆ เช่น สารบียูเอ็น (BUN) และครีอะตินีน (creatinine) สูง ซึ่งแสดงว่าไตขับของเสียไม่ได้เต็มที่

                ควรให้การรักษาโดยให้นอนพักผ่อน งดอาการเค็ม ให้ยาขับปัสสาวะ (เช่นฟูโรซีไมด์) และยาลดความดัน ถ้ามีประวัติทอนซิลอักเสบ หรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง ให้ยาปฏิชีวนะ ได้แก่ เพนิซิลลินวี หรืออีริโทรไมชิน

                ในรายที่สงสัยมีภาวะไตวาย (เช่น ปัสสาวะออกน้อย ระดับบียูเอ็นและครีอะตินีนในเลือดสูง) หรือมีความดันโลหิตสูงรุนแรง จำเป็นต้องรับไว้รักษาตัวในโรงพยาบาล

                2.  ถ้ามีอาการชักหรือหอบให้ฉีดไดอะซีแพมและฟูโรซีไมด์ ครึ่ง - 1 หลอด เข้าหลอดเลือดดำ แล้วส่งโรงพยาบาลทันที

การป้องกัน
                เมื่อเป็นทอนซิลอักเสบ แผลพุพอง เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นลึกอักเสบหรือไฟลามทุ่งควรกินยาปฏิชีวนะเช่น เพนิซิลลินวี อีริโทรไมชินติดต่อกันอย่างน้อย 10 วัน เพื่อป้องกันมิให้เกิดโรคหน่วยไตอักเสบแทรกซ้อน             

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินปัสสาวะ

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient