Symptoms & Disease

ทางเดินอาหาร

เลือกดูโรคอื่นๆ

ท้องเดินจากเชื้อไกอาร์เดีย (Giardiasis)

ไกอาร์เดีย 
             
(Giardiasis) เป็นโปรโตชัว (สัตว์เซลล์เดียว) ชนิดหนึ่ง สามารถเข้าไปทำให้เกิดการติดเชื้อที่ลำไส้เล็ก กลายเป็นโรคท้องเดินทั้งชนิดเฉียบพลันและเรื้อรังได้

                โรคนี้พนได้ในคนทุกวัย แต่ส่วนใหญ่จะพบในเด็ก มักพบในถิ่นที่การสุขาภิบาลยังไม่ดี (เช่น ไม่มีส้วมใช้ไม่มีน้ำดื่มสะอาด มีแมลงวัน
ชุกชุม) หรือในกลุ่มคนที่ดื่มน้ำไม่สะอาด หรือจาดสุขนิสัยที่ดี

                การติดเชื้อมักเกิดได้บ่อยในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานพักฟื้นของผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยจิตเวชและในหมู่ชายรักร่วมเพศ

                ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักไม่มีอาการแสดงแต่เป็นพาหะแพร่เชื้อให้คนอื่น

สาเหตุ
               เกิดจากการติดเชื้อไกอาร์เดียแลมเลีย (Giardia lamblia) ที่อยู่ตามดินและแหล่งน้ำ เช่น แม่น้ำ ลำห้วย หนอง บึง ทะเลสาบ บ่อน้ำ
เป็นตัน และอาจปนเปื้อนอยู่ในสระว่ายน้ำและน้ำประปา (เนื่องจากเชื้อในรูปของซิสต์ มีความคงทน ไม่ถูกทำลายด้วยคลอรีน) ส่วนใหญ่ติดต่อโดยการ
ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำเหล่านี้แบบดิบๆ หรือจากการกินผัก ผลไม้ และอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ นอกจากนี้ยังอาจติดจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อโดยผ่านทางการสัมผัสมือ หรือทางเพศสัมพันธ์ที่มีโอกาสติดเชื้อจากบริเวณทวารหนัก (ซึ่งพบในหมู่ชายรักร่วมเพศ)

                ระยะฟักตัว  ประมาณ  1 – 3  สัปดาห์
 
 
อาการ
                ในรายที่เป็นเฉียบพลัน แรกเริ่มมีอาการถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง (บางรายอาจถ่ายเหลวปริมาณมาก วันละ 1 ครั้งหลังอาหารเช้า) 3 – 4 วันต่อมา อุจจาระมีลักษณะเป็นมัน เป็นฟอง ลอยน้ำ และมีกลิ่นเหม็นจัด อาจส่งกลิ่นฟุ้งไปทั่วห้อง  อุจจาระมักไม่มีมูกหรือเลือดปน (น้อยรายที่อาจมีมูกโดยไม่มีเลือด) ผู้ป่วยมักมีอาการปวดบิดในท้อง มีลมในท้องมาก ท้องอืด  เบื่ออาหาร น้ำหนักลด บางราย อาจมีไข้ต่ำๆ คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีผื่นขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอาจมีอาการอยู่นาน 1 – 3 สัปดาห์ (บางรายอาจนาน 6 สัปดาห์) แล้วหายไปได้เองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจมีอาการเรื้อรัง

                ในรายที่เป็นเรื้อรัง (อาจเกิดตามหลังอาการเฉียบฃพลันหรือไม่ก็ได้) มีมีอาการที่เกิดจากการดูดซึมผิดปกติ (malabsorption) ได้แก่ อาการถ่ายอุจจาระเหลวปริมาณมากและบ่อย อุจจาระมีสีเหลือง เป็นฟอง มีลักษณะเป็นมันลอยน้ำและมีกลิ่นเหม็นจัด อาการมักเป็นๆ หายๆ หรือมีท้องผูกสลับท้องเดินนานเป็นแรมเดือนแรมปี มักมีอาการปวดท้อง (ซึ่งจะเป็นมากหลังกินอาหาร) มีลมในท้อง ท้องอืด และน้ำหนักลด


 
ข้อแนะนำ
  1. ผู้ที่ติดเชื้อไกอาร์เดียส่วนใหญ่มักจะไม่แสดงอาการ แต่เป็นพาหะแพร่เชื้อให้คนอื่น ดั้งนั้น จึงควรรณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตามหลักสุขลักษณะพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายอุจจาระลงในส้วม การล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ก่อนเตรียมอาหาร เปิบอาหาร และหลังถ่ายอุจจาระ
  1. โรคนี้แม้ไม่ได้ให้ยารักษาก็อาจหายได้เอง ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ การให้ยาปฏิชีวนะจะช่วยให้อาการหายเร็วขั้น และลดการ  
  2. แพร่เชื้อ
     3.  ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย หากมีอาการท้องเดินควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัย และรักษาโรคแต่เนิ่นๆ  

     4.  หญิงตั้งครรภ์ ถ้าเป็นโรคนี้ในระยะไตรมาสแรกควรหลีกเลี่ยงการใช้ยารักษา  เพราะยาอาจมีผลเสียต่อทารกในครรภ์  ควรให้การรักษาตามอาการไปจนกระทั้งหลังคลอด (หรือพ้นระยะไตรมาสแรกไปแล้ว ถ้าจำเป็น) จึงให้ยาปฏิชีวนะรักษา
การรักษา
                หากสงสัยควรส่งโรงพยาบาล อาจให้การรักษาบื้องต้นด้วยการให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ หรือ ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ

                แพทย์จะวินิจฉัยโดยการตรวจพบเชื้อไกอาร์เดีย ในอุจจาระ (อาจต้องนำอุจจาระไปตรวจด้วยกล้องจุล-ทรรศน์ซ้ำๆ หลายครั้ง หากตรวจครั้งแรกๆ ไม่พบเชื้อ) ในกรณีที่ไม่แน่ใจ อาจต้องทำการตรวจพิเศษอื่นๆ เช่น การตรวจสารก่อภูมิต้านทาน (antigen) ในอุจจาระด้วยวิธี IFA หรือ ELISA

            การรักษา ให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เมโทรไนดาโซล ขนาด 250 มก.วันละ 3 ครั้ง (เด็กให้ขนาด 15 มก./กก./วัน แบ่งให้วันละ 3 ครั้ง)
นาน 5 วัน

                ถ้ามีภาวะขาดสารอาหารหรือน้ำหนักน้อย ควรบำรุงอาหาร วิตามิน และเกลือแร่  ตามลักษณะอาการที่พบ

                ผลการรักษา มักจะได้ผลดี ยกเว้นในรายที่ดื้อยาอาจต้องเปลี่ยนไปใช้ยาอื่น เช่น ทินิดาโซล (tinidazole) ขนาด 2 กรัม ครั้งเดียว
อัลเบนดาโซล 400 มก.วันละ 1 ครั้ง นาน 5 วัน หรือฟูราโซลิโดน (furazolidone) 100 มก.วันละ 4 ครั้ง นาน 7 – 10 วัน
 
การป้องกัน
  1. ล้างมือด้วยน้ำกับสบู่ก่อนเตรียมอาหาร  เปิบอาหาร  หลังถ่ายอุจจาระ  หรือเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก
  2. อย่าดื่มน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติแบบดิบๆ ถึงแม้จะดูใสสะอาดก็ไม่ปลอดภัย ควรต้มน้ำให้สุกก่อนดื่ม (ต้มให้เดือดนานอย่างน้อย    10 นาที) หรือดื่มน้ำขวดที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อแล้ว
  3. เวลาเล่นน้ำในสระว่ายน้ำหรือแปล่งน้ำธรรมชาติ ควรระวังอย่าให้น้ำเข้าปาก
  4. กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ
  5. หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น การใช้ปากสัมผัสทวารหนักหรืออวัยวะเพศ

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ทางเดินอาหาร

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient