Symptoms & Disease

ต่อมไร้ท่อและโภชนาการ

เลือกดูโรคอื่นๆ

ต่อมไทรอยด์อักเสบ (Thyroiditis)

ต่อมไทรอยด์อักเสบ (Thyroiditis)

                ต่อมไทรอยด์อักเสบ หมายถึง การอักเสบของ เนื้อเยื่อไทรอยด์ ซึ่งเป็นสาเหตุและอาการที่แตกต่างกันได้หลายชนิด ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ต่อมไทรอยด์อักเสบ เรื้อรังจากภูมิต้านตนเอง และต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส

สาเหตุ

                1.ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิต้านทานตนเอง (chronic autoimmune thyroiditis/Hashimoto’s thyroiditis) เกิดจากปฏิกิริยาภูมิต้านตนเองอ โดยร่างกายมีการสร้างสารภูมิต้านทานต่อไทรอยด์ (antithyroidantibody) ซึ่งเกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ พบมากในผู้หญิงวัยกลางคนและผู้สูงอายุ อาจมีประวัติว่ามีพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคนี้ด้วย และพบบ่อยในผู้ที่มีความผิดปกติ ของสารพันธุกรรม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ (Down’s syndrome) กลุ่มอาการเทอร์เนอร์ (Turner’s syndrome)
  
                อาจพบในหญิงหลังคลอด คือมีอาการหลังคลอดบุตร ภายใน 1-6 เดือน เรียกว่า ต่อมไทรอยด์อักเสบหลังคลอด (postpartum thyroiditis)

                โรคนี้ยังอาจพบร่วมกับภาวะภูมิต้านตนเอง อื่น ๆ เช่น เบาหวาน โรคแอดดิสัน เอส แอลอี โรคปวดข้อรูมาตอยด์ ภาวะขาด พาราไทรอยด์ ไมแอสทีเนียเกรวิส ผมร่วงเป็น หย่อมไมทราบสาเหตุ เป็นต้น

                นอกจากนี้ ยังพบว่ายาบางชนิด เช่น อะมิโอดาโรน (amiodaronr) อินเตอร์เฟอรอน (interferon) เป็นต้น อาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารภูมิต้านทานต่อไทรอยด์ ทำให้เกิดการอักเสบของต่อมไทรอยด์ตามมาได้

                 2.ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส  มักเกิดขึ้นฉับพลันหลังเป็นโรคติดเชื้อไวรัส เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนต้น คางทูม หัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น มักมีอาการอยู่นาน 2-3 เดือน แล้วหายไปได้เอง เรียกว่า ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดกึ่งเฉียบพลัน (subacute thyroiditis) พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 3-5 เท่า และพบบ่อยในช่วงอายุ 20-40 ปี

                 3. สาเหตุอื่น ๆ ซึ่งพบได้น้อย เช่น

                 ต่อมไทรอยด์อัเสบชนิดติดเชื้อเฉียบพลัน (acute suppurative thyroiditis) เกิดจากการติด เชื้อแบคทีเรีย เช่น สแตฟีโลค็อกคัส สเตรปโตค็อกคัส เป็นต้น มักพบในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ มาแต่กำเนิด (เช่น persistent thyroglossal duct) และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น เอดส์)

                 ต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล (Riedel’s thyroiditis/invasive thyroiditis) มักพบว่ามีภาวะเกิด พังผืด (fibrosis) ที่ต่อมไทรอยด์และอวัยวะอื่นๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในผู้หญิงวัยกลางตนและผู้สูงอายุ
อาการ

                ต่อมไทรอย์อักเสบรื้อรังจากภูมิต้านตนเอง ผู้ป่วยจะมีอาการต่อมไทรอยด์โตแบบกระจาย มีลักษณะแข็งแบบหยุ่น ๆโดยไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด อาจโตอยู่ข้างเดียว (ซึ่งทำให้คิดว่าเป็นเนื้องอกไทรอยด์) ผู้ป่วยมักมีภาวะขาดไทรอยด์ ร่วมด้วย
 
                บางรายอาจมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน นำมาก่อนในช่วงแรก แล้วจึงมีภาวะขาดไทรอยด์ตามมา
 
                ในรายที่เป็นต่อมไทรอยด์อักเสบหลังคลอด มักมีอาการคอพอกร่วมกับภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน หลังคลอด ประมาณ 1-6 เดือน ซึ่งจะเป็นอยู่นาน 1-2  เดือน แล้วต่อมาเกิดภาวะขาดไทรอยด์ตามมาในช่วง 4-8 เดือนหลังคลอด ซึ่งส่วนใหญ่มักจะหายเป็นปกติได้ เอง แต่มีโอกาสกำเริบซ้ำในการคลอดบุตรครั้งต่อๆ ไป ผู้ป่วยกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยจะกลายเป็นภาวะขาดไทรอยด์อย่างถาวรในที่สุด

                ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส ผู้ป่วยมักมีอาการ เกิดขึ้นฉับพลันด้วยอาการไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย คอโต เจ็บคอ ซึ่งอาจร้าวไปที่หู ขากรรไกร ท้ายทอย มักเจ็บมากขึ้นเวลาเงยคอไปข้างหลัง และทุเลาเวลาก้ม คอลงข้างหน้า อาการมักเป็นอยู่นานเป็นสัปดาห์ ๆ หรือเป็นเดือนๆ ในช่วงแรกอาจมีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงาน เกินร่วมด้วย  แล้วต่อมามีภาวะขาดไทรอยด์ ตามมา ซึ่งจะค่อยๆ  หายเป็นปกติได้เองในที่สุดซึ่งอาจใช้เวลานาน (2 – 3) เดือน ส่วนน้อยอาจมีอาการเกลับเป็นซ้ำ หรือกลาย เป็นภาวะขาดไทรอยด์อย่างถาวร

                ผู้ป่วยมักมีประวัติเป็นโรคติดเชื้อไวรัส (เช่น ไข้หวัด คางทูม  หัด) นำมาก่อน

                ต่อมไทรอยด์อักเสบชนิดติดเฉียบพลัน มัก มีอาการไข้สูงฉับพลัน ร่วมกับเจ็บคอ คอโต เสียงแหบ กลืนลำบาก

                ต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล  ผู้ป่วยมักมีอาการคอโตเป็นก้อนแข็ง โตเร็วและไม่เจ็บ อาจโตเพียงข้าง เดียวหรือพร้อมกันทั้ง 2 ข้างก็ได้  และอาจมีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก หายใจลำบากร่วมด้วย ประมาณร้อยละ 30 ของผู้ป่วยมีภาวะขาดไทรอยด์ร่วมด้วย น้อยราย ที่อาจมีภาวะขาดพาราไทรอยด์เนื่องจากมีภาวะเกิดพังผืด ของต่อมพาราไทรอยด์
 
ข้อแนะนำ

                    1. ต่อมไทรอยด์อักเสบที่เป็นเรื้อรัง มักเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาภูมิต้านตนเอง ผู้ป่วยจะมีอาการคอพอกโดยไม่มีอาการ เจ็บคอและไม่มีไข้  และถ้าไม่มีอาการแสดงของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินหรือภาวะขาดไทรอยด์ก็อาจทำให้คิดว่าเป็นคอพอกธรรมดา ดังนั้น ถ้าพบผู้ป่วยมีอาการคอพอก  ควรส่งตรวจหารสาเหตุและให้การรักษาตามสาเหตุ

                   2.  อาการคอพอกที่มีอาการเจ็บปวดที่คอพอก และมีไข้ร่วมด้วยมักเกิดจากไวรัส แม้ว่าอาจมีภาวะ ต่อมไทรอยด์ ทำงานเกินหรือภาวะขาดไทรอยด์ก็มักจะ เป็นอยู่เพียงชั่วคราว ส่วนใหญ่จะหายไปได้เองในที่สุด

                  3. ต่อมไทรอยด์อักเสบที่มีลักษณะคอโตเป็น ก้อนแข็งหรือโตเร็ว ควรส่งตรวจชิ้นเนื้อเพื่อแยกออก จากมะเร็งไทรอยด์
การรักษา

                หากสงสัย ควรส่งโรงพยาบาล มักจะวินิจฉัยโดย การตรวจเลือดทดสอบการทำงานของไทรอยด์ (thyroid function test) ตรวจหาสารภูมิต้านทานต่อไทรอยด์ สแกนต่อมไทรอยด์ อัลตราซาวนด์ต่อมไทรอยด์ ในบางรายอาจทาการตรวจชิ้นเนื้อ (fine needle aspiration biopsy)  เพื่อแยกโรคมะเร็งไทรอยด์
 
                การรักษา ให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ  ดังนี้

                • ต่อมไทรอยด์อักเสบเรื้อรังจากภูมิต้านตนเอง ในรายที่มีภาวะขาดไทรอยด์ แพทย์จะให้ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน ได้แก่ เลโวไทร็อกชีน (มีชื่อทางการค้า เช่น เอลทร็อกซิน) กินวันล่ะ 1 – 2 เม็ด ส่วนในรายที่ระดับฮอร์โมนไทรอยด์ปกติ  มักจะนัดมาตรวจเลือด เป็นระยะ ๆ ซึ่งอาจจะพบมีภาวะขาดไทรอยด์ตามา

                • ต่อมไทรอยด์อักเสบจากไวรัส ให้แอสไพริน ครั้งละ 2 - 3 เม็ด วันละ 4 ครั้ง หรือยาต้านอักเสบ ที่ไม่ใช่สตีรอยด์ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ ในรายที่เป็นรุนแรง แพทย์อาจให้เพร็ดนิโชโลน นาน 1สัปดาห์ แล้วค่อยๆ ลดขนาดยาลงทีละน้อย จนหยุดยาภายใน 6 - 8 สัปดาห์

                ถ้ามีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน แพทย์จะให้ยาปิดกั้นบีตา เช่นโพรพราโนลอล 10 - 40 มก.ทุก 6 ชั่วโมง

                ถ้ามีภาวะขาดไทรอยด์ (ซึ่งมักเป็นชั่วคราว) แพทย์จะให้ฮอร์โมนไทรอยด์  เช่น เอลทร็อกชินทดแทน

                •   ต่อมไทรอยด์อักเสบจากการติดเชื้อเฉียบ พลัน แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะตามชนิดของเชื้อที่เป็นสา เหตุในรายที่กลายเป็นฝี  อาจต้องทำการผ่าตัดระบายหนอง

                •  ต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล  แพทย์มักจะต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อ  เพื่อแยกออกจากโรคมะเร็งไทรอยด์ หากพบว่าเป็นต่อมไทรอยด์อักเสบแบบรีเดล ก็จะให้ยาทาม๊อกซิเฟน (tamoxifen) ซึ่งมักจะช่วยให้ก้อนไทรอยด์ยุบลลงได้ภายใน 3 - 6 เดือน และผู้ป่วยควรกิน ยานี้ต่อไปนานเป็นแรมปี ในรายที่ก้อนโตจนกดอวัยวะ ข้างเคียงหรือมีอาการปวด มักจะให้เพร็ดนิโชโลน ร่วมด้วยในช่วงระยะสั้น ๆในรายที่ก้อนโตกดท่อลม (หายใจลำบาก) อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด  ส่วนในรายที่มีภาวะขาดไทรอยด์ก็จะให้ฮอร์โมนไทรอยด์ทดแทน
 

โรคพยาธิใบไม้ตับ (liver fluke หรือ opisthorchis)

โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากพยาธิใบไม้ตับ (liver flukeหรือ opisthorchis)ซึ่งเป็นพยาธิที่มีอยู่ในปลา...

+ Read More

รากประสาทถูกกด (Spinal nerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated disk)

รากประสาทถูกกด (Spinalnerve root compression) หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniateddi...

+ Read More

ต่อมไร้ท่อและโภชนาการ

Ambulance call

1669
Available 24 Hours

Are you five-star healthcare provider?
list your practice
to reach million of patient